เมียสุดทน! ร้อง 1386 ผัวคลั่งยาซ้อมปางตายนาน 3 ปี ป.ป.ส. ประสาน ตร.ระยอง บุกรวบคาบ้านเช่า เล็งชงฝากขังเด็ดขาดฐาน “บุคคลอันตราย” หวั่นย้อนกลับมาทำร้ายซ้ำ
ระยอง – ปัญหายาเสพติดที่นำมาซึ่งความรุนแรงในครอบครัวยังคงเป็นเรื่องที่หน่วยงานรัฐให้ความสำคัญสูงสุด ล่าสุดสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดระยอง เปิดปฏิบัติการจู่โจมระงับเหตุฉุกเฉิน ช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่งที่ถูกสามีทาสยาเสพติดทุบตีปางตายมานานหลายปี พร้อมเล็งบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด เสนอศาลสั่งขังในฐานะ “บุคคลอันตราย”
เสียงร้องไห้ผ่านสายด่วน 1386 สู่ปฏิบัติการช่วยชีวิต
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 โดย นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 2 ได้รับรายงานเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนผ่านระบบ (1386 ALERT) ซึ่งเป็นสายด่วนแจ้งเบาะแสยาเสพติดของสำนักงาน ป.ป.ส. โดยผู้แจ้งคือ หญิงสาวรายหนึ่งที่โทรเข้ามาด้วยความหวาดกลัวและร้องไห้ฟูมฟาย ขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุเนื่องจากถูกสามีทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง
ผอ.ปปส. ภาค 2 จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 2 (ชป.2) บูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง นำกำลังรุดเดินทางไปยังบ้านเช่าเป้าหมายในพื้นที่ อ.นิคมพัฒนา ทันที
เปิดพฤติกรรมโหด เสพยาบ้าหลอน-ซ้อมทรมานเมียนานกว่า 3 ปี
จากการสืบสวนและรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายอานนท์ หรือ “อั๋น” อายุ 26 ปี มีพฤติการณ์ลักลอบมั่วสุมเสพยาบ้ากับกลุ่มเพื่อนภายในบ้านเช่าดังกล่าวเป็นประจำ และเมื่อใดที่เกิดอาการอยากยาหรือสารเสพติดเข้าสู่ร่างกาย นายอานนท์จะมีอาการคลุ้มคลั่ง เกิดภาพหลอน ก้าวร้าว และเริ่มด่าทอทุบตีภรรยาของตนเองอย่างทารุณ
ผู้เสียหายเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ทั้งน้ำตาว่า ตนเองต้องทนทุกข์ทรมานถูกซ้อมจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 3 ปี จนกระทั่งครั้งนี้รู้สึกไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทนพฤติกรรมไม่ไหวอีกต่อไป จึงตัดสินใจแอบโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1386 เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่มาช่วยชีวิตก่อนจะถูกซ้อมจนเสียชีวิต
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ยังพบว่า นายอานนท์เคยมีประวัติถูกจับกุมในคดียาเสพติดมาแล้ว 1 ครั้ง ในพื้นที่ ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำอีก
บุกรวบคาหนังคาเขา เจอยาบ้า-ปัสสาวะสีม่วง
เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึงบ้านเช่าดังกล่าว พบตัวนายอานนท์และภรรยาอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอเข้าทำการตรวจค้นอย่างละเอียด ผลการตรวจค้นพบของกลางเป็น ยาบ้า จำนวน 7 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ นอกจากนี้เมื่อนำตัวนายอานนท์ไปตรวจปัสสาวะก็พบว่าผลออกมาเป็นบวก (ปัสสาวะสีม่วง) มีสารเสพติดในร่างกาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอานนท์ให้การรับสารภาพโดยจำนนต่อหลักฐานว่า ยาบ้าทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยซื้อมาเพื่อไว้เสพ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมตั้งข้อหาหนัก ได้แก่:
ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต
เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย
ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ยกระดับกฎหมาย ชงฟ้องฐาน “บุคคลอันตราย” ตัดวงจรความรุนแรง
ด้าน สำนักงาน ป.ป.ส. ระบุว่า เพื่อเป็นการปกป้องสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้เสียหายอย่างถึงที่สุด รวมถึงป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุกลับมาทำร้ายเหยื่อซ้ำอีกหลังจากได้รับการปล่อยตัว เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ภาค 2 ได้ร่วมมือกับพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา ในการบันทึกถ้อยคำและรวบรวมบาดแผล-พฤติกรรมความรุนแรงในอดีตของผู้เสียหายอย่างละเอียด
มาตรการขั้นเด็ดขาด: เจ้าหน้าที่จะนำพฤติการณ์ความรุนแรงทั้งหมดนี้ ใส่ลงในสำนวนการสอบสวนเพื่อยื่นต่อพนักงานอัยการ ในการขอให้ศาลพิจารณาเพิ่มโทษและฝากขังเด็ดขาดในฐานะ “บุคคลอันตรายต่อสังคมและครอบครัว” เพื่อให้ศาลลงโทษจำคุกสถานหนัก และตัดวงจรความรุนแรงออกจากครอบครัวอย่างเด็ดขาด
ป.ป.ส. ยัน “ท่านแจ้ง เราจับ” เป็นที่พึ่งประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของ พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่มุ่งมั่นคลายทุกข์ให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่มีสาเหตุมาจากยาเสพติด ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘1386 ท่านแจ้ง เราจับ ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด’
สำนักงาน ป.ป.ส. ขอส่งกำลังใจให้ทุกครอบครัวที่กำลังเผชิญปัญหานี้ และขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุที่ใช้ความรุนแรงจากยาเสพติดอย่างไม่มีข้อยกเว้น หากประชาชนท่านใดหรือบุคคลใกล้ชิด กำลังตกอยู่ในภาวะหวาดระแวงจากคนหลอนยา หรือถูกทำร้ายร่างกาย สามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นย้ำว่า ข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกปิดเป็นความลับสูงสุดเพื่อความปลอดภัย

#oncb #ปปส #ปปสภาค2 #สำนักงานปปส #1386ท่านแจ้งเราจับ #ระยอง #นิคมพัฒนา #ความรุนแรงในครอบครัว #ยุติความรุนแรง #สายด่วน1386



