ปค. งัดมาตรการเหล็กสกัด “สมรสอำพราง” ตัดวงจรแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ-ขู่ฟันวินัยเด็ดขาด จนท. ทุจริต
กรุงเทพฯ — กรมการปกครอง (ปค.) สั่งการด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ยกระดับความเข้มงวดการจดทะเบียนสมรส เล็งเป้า 3 กลุ่มเสี่ยง หวังตัดวงจรเครือข่ายมิจฉาชีพและอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ “สมรสอำพราง” เป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ พร้อมคาดโทษเจ้าหน้าที่หากพบทุจริตฟันวินัยเด็ดขาด
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและขบวนการมิจฉาชีพข้ามชาติ มีพฤติการณ์ใช้ช่องทางด้านทะเบียนและเอกสารราชการในการกระทำความผิดมากขึ้น โดยรูปแบบที่พบมากที่สุดคือการทำ “จดทะเบียนสมรสอำพราง” เพื่อแสวงหาสิทธิหรือประโยชน์ทางกฎหมายในประเทศไทยโดยมิชอบ ซึ่งปัญหาดังกล่าวกระทบต่อความมั่นคงและบั่นทอนความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนราษฎรโดยตรง
นอกจากนี้ กรมการปกครองยังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของบางสำนักทะเบียน ที่อาจหละหลวมและไม่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด จึงเป็นที่มาของการยกระดับมาตรการกำกับดูแลขั้นเด็ดขาด
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 อธิบดีกรมการปกครองได้ลงนามในหนังสือสั่งการถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้สำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียนเขต และสำนักทะเบียนท้องถิ่นทั่วประเทศ บังคับใช้ “มาตรการป้องกันการทุจริตการจดทะเบียนสมรส” อย่างเคร่งครัด โดยมุ่งเน้นการคัดกรองและตรวจสอบบุคคลกลุ่มเสี่ยง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่:
ชาวต่างชาติทั่วไป: ต้องตรวจสอบเอกสารที่รับรองจากประเทศต้นทาง หรือหนังสือเดินทาง (Passport) อย่างละเอียด
กลุ่มชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์: ครอบคลุมบุคคลประเภท 6 (กลุ่ม 50 – 72) และบุคคลประเภท 7
ผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน: ครอบคลุมกลุ่มรหัส 0 – 89 และ 0 – 00
เพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมาย กรมการปกครองได้กำหนดมาตรการเชิงรุกที่นายทะเบียนต้องปฏิบัติอย่างเข้มงวด ดังนี้
เช็กประวัติเรียลไทม์: ตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนการสมรสทันทีเพื่อป้องกันปัญหาการสมรสซ้อน
แยกสอบปากคำ: หากพบพิรุธหรือเหตุอันควรสงสัย ให้นายทะเบียนแยกสอบปากคำคู่สมรสรายบุคคล เพื่อป้องกันการนัดแนะให้ถ้อยคำเท็จ
คุมเข้ม “ใบรับรองโสด”: สำหรับชาวต่างชาติ เอกสารดังกล่าวต้องผ่านการแปลและได้รับการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น
ใช้แบบฟอร์มใหม่ 3 ภาษา: ปรับปรุงแบบบันทึกถ้อยคำสอบสวน (ปค.14) เป็นภาษาไทย อังกฤษ และจีน โดยระบุบทลงโทษทางอาญาไว้อย่างชัดเจน หากพบการแจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
“หากนายทะเบียนประเมินพฤติการณ์แล้วเชื่อได้ว่าเป็นการสมรสอำพราง สามารถใช้ดุลพินิจสั่ง ‘ปฏิเสธ’ การรับจดทะเบียนสมรสได้ทันที โดยต้องชี้แจงเหตุผลทางกฎหมายให้ผู้ร้องทราบ ซึ่งผู้ร้องสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ตามกระบวนการยุติธรรมได้” นายนฤชา ระบุ
ในตอนท้าย อธิบดีกรมการปกครอง ได้กล่าวย้ำถึงจรรยาบรรณของข้าราชการ โดยกำชับให้ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับทำหน้าที่ด้วยความสุจริตและโปร่งใส ห้ามเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมตามกฎหมายโดยเด็ดขาด หากตรวจสอบพบการทุจริตหรือการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มมิจฉาชีพ จะถูกดำเนินการทางวินัยขั้นสูงสุดและต้องรายงานให้กรมการปกครองทราบทันที




