ทลายแก๊งชุบตัว “เครื่องสำอางทาผิว” หลอกเป็นยากลูต้าส่งคลินิกดังฉีดผิวขาว รวบของกลางคาห้องตรวจและแหล่งซุกย่านฝั่งธนฯ-บางกะปิ มูลค่าทะลุ 22 ล้านบาท เผยพฤติการณ์สุดแสบลักไก่จดแจ้งเป็นเครื่องสำอางหวังเลี่ยงขั้นตอนตรวจเข้ม ก่อนลวงแพทย์-ผู้ใช้บริการว่าเป็นยาวิตามินนำเข้าจากนอก ด้าน บิ๊กก้อง-อย. ประสานเสียงเตือน สายบิวตี้เสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือดถึงชีวิต ย้ำชัด “มีเลขจดแจ้ง…ไม่ใช่ว่าจะฉีดเข้าเส้นได้”
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. และ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ได้จับมือกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำโดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงผลการบุกทลายแหล่งผลิต นำเข้า และกระจายผลิตภัณฑ์เสริมความงามผิดประเภท โดยสามารถตรวจยึดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจำแลง ยาไม่มีทะเบียนตำรับยา และเครื่องมือแพทย์เถื่อนได้รวมกันสูงถึง 35,645 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายในตลาดยาและคลินิกความงามมากกว่า 22 ล้านบาท
ปฏิบัติการครั้งนี้มาจากการที่ กก.4 บก.ปคบ. ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและเบาะแสสำคัญจากทาง อย. ให้เข้าตรวจสอบการโฆษณาขายเซรั่มยี่ห้อ นีโอไวท์ (Neowhite) ตามสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งพบพฤติการณ์น่าสงสัยว่ามีการนำเครื่องสำอางประเภททาผิวไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างร้ายแรงด้วยการนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกายในคลินิกเสริมความงามหลายแห่ง เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนเชิงลึกจนกระทั่งในวันที่ 8 เมษายน 2569 ได้นำกำลังพร้อมหมายค้นเข้าจู่โจมตรวจค้นพร้อมกัน 2 จุดใหญ่ โดยจุดแรกเป็นคลินิกเวชกรรมหรูย่านถนนกัลปพฤกษ์ เขตบางบอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงเมื่อพบว่าในห้องปฏิบัติการกำลังมีการนำเซรั่มยี่ห้อ Neowhite Booster Whitening Serum และ Neococktail Brightening serum ซึ่งจดแจ้งเป็นเครื่องสำอางสำหรับทาผิว มาผสมรวมกับน้ำเกลือ (NSS) เพื่อเตรียมฉีดเข้าเส้นเลือดให้กับผู้มาใช้บริการในคลินิกทันที โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดของกลางดังกล่าวรวมถึงยาวิตามินฉีดบำรุงผิวที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยาอีกจำนวนมาก ก่อนจะขยายผลเข้าค้นจุดที่ 2 ซึ่งเป็นสถานที่เก็บและผลิตบรรจุภัณฑ์ ย่านซอยนวมินทร์ 111 เขตบึงกุ่ม พบกล่องเซรั่มแบรนด์ดังและของเหลวที่บรรจุอยู่ในขวดไวอัลรอการจำหน่ายอีกนับร้อยขวด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ปคบ. ได้นำหมายค้นจากศาลอาญาตลิ่งชันเข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในหมู่ที่ 17 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน ซึ่งถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการนำเข้าและกระจายสินค้า ผลการตรวจค้นพบว่าเป็นคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่ซุกซ่อนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์ดังในโลกโซเชียลที่เตรียมส่งกระจายไปยังคลินิกต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Neowhite, Neoderm, Neoclear, Glossy Glow, PANDORA และ N Plus UP รวมไปถึงของเหลวบรรจุขวดไวอัลที่ไม่มีฉลากอีกกว่า 19,306 ขวด นอกจากนี้ยังพบยาฉีดเถื่อนไม่มีทะเบียน และเครื่องมือแพทย์ประเภทฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงฉลากและแผ่นพับโฆษณาชวนเชื่ออีกเกือบ 15,000 ชิ้น จึงได้ทำการตรวจยึดและนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่เผยผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ โดยพบว่าตัวการใหญ่ได้ทำการว่าจ้างโรงงานผลิตในประเทศไทยให้ผลิตยาประเภทกลูตาไธโอนและวิตามินผิวเข้มข้น แต่แทนที่จะนำไปขึ้นทะเบียนตำรับยาให้ถูกต้องตามกฎหมาย กลับเลือกที่จะยื่นจดแจ้งเป็น “ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง” แทน เนื่องจากกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติของเครื่องสำอางทาผิวมีความสะดวกรวดเร็วและผ่านง่ายกว่าการขึ้นทะเบียนยาหลายเท่าตัว เมื่อได้เลขจดแจ้งมาแล้ว ก็นำสินค้าเหล่านี้ไปเร่ขายและจัดโปรโมชันให้กับคลินิกเสริมความงามต่าง ๆ โดยใช้คำโฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นยากลูต้าชั้นดีและอ้างว่าเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อสร้างมูลค่าและตบตาให้คลินิกนำไปใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกายของผู้ใช้บริการที่หลงเชื่อ
ในทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินคดีกับกลุ่มผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายอย่างเด็ดขาดใน 3 กฎหมายหลัก โดยในส่วนของ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 จะถูกแจ้งข้อหาหนักฐานนำเข้าเครื่องสำอางปลอมและแสดงฉลากระบุข้อความอันเป็นเท็จ รวมถึงการนำเข้าไม่ผ่านด่าน อย. ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่ความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 ในส่วนของการลักลอบขายฟิลเลอร์เถื่อน มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท และท้ายที่สุดคือความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ฐานขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตและขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ซึ่งมีโทษทัณฑ์สูงสุดถึงขั้นจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. ได้เตือนผู้บริโภคและสถานบริการความงามอย่างรุนแรงว่า การนำผลิตภัณฑ์ประเภทเอมพูลหรือขวดไวอัลที่จดแจ้งเป็นเครื่องสำอางไปใช้ฉีดเข้าร่างกาย หรือแม้กระทั่งการใช้ร่วมกับเครื่องมือแพทย์ประเภทผลักดันตัวยาเข้าสู่ชั้นผิว ถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งและห้ามทำโดยเด็ดขาด เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกประเมินความปลอดภัยมาเพื่อการทาภายนอกเท่านั้น ไม่เคยผ่านการตรวจสอบประสิทธิผลและความปลอดภัยในการฉีดเข้าสู่กระแสเลือด ย้ำชัดว่าคำว่า “ผ่าน อย.” ของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทไม่เหมือนกัน มีเลขจดแจ้งเครื่องสำอางไม่ได้แปลว่าสามารถเอามาฉีดเข้าเส้นเลือดได้ จึงขอให้ประชาชนและแพทย์ผู้ให้บริการตรวจสอบความถูกต้องผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” หรือเว็บไซต์ของ อย. ก่อนตัดสินใจใช้ทุกครั้ง
ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวทิ้งท้ายเพื่อเป็นการปราบปรามขบวนการเหล่านี้ว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นการสกัดกั้นและยับยั้งความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตของประชาชน เพราะการนำของที่ออกแบบมาให้ “ทา” ไป “ฉีด” เข้าสู่ร่างกาย มันคือการยัดยียดความเสี่ยงของการติดเชื้อในกระแสเลือด ช็อก หรือเกิดอาการแพ้รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตให้กับผู้บริโภคโดยที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้รู้ตัวเลย ทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จะใช้ความเป็นมืออาชีพขุดรากถอนโคนขบวนการเห็นแก่ได้เหล่านี้ที่ใช้ความอยากสวยงามของคนมาเป็นช่องทางเอาเปรียบ และจะเดินหน้ากวาดล้างอย่างต่อเนื่องไม่มีวันหยุด หากประชาชนพบเห็นคลินิกหรือบุคคลใดมีพฤติการณ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีที่สายด่วน ปคบ. 1135 หรือ สายด่วน อย. 1556 ตลอด 24 ชั่วโมง













