บรรยากาศแวดวงสีกากีเริ่มกลับมาคุกรุ่นและถูกจับตามองอีกครั้ง แม้จะเหลือเวลาอีกระยะหนึ่งก่อนจะถึงกำหนดวาระการเลือกตั้ง แต่ล่าสุดได้มีบิ๊กเนมระดับตำนานออกมาประกาศตัวอย่างเป็นทางการ ชนิดที่ทำเอาสปอตไลท์ทุกดวงต้องหันมาจับจ้อง
หลังจากถอดเครื่องแบบสีกากีเพื่อหยุดพักราชการไปได้ไม่ถึงปี พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ อดีตที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาประกาศความพร้อมแบบเกินร้อย ในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ วาระปี 2570 โดยเจ้าตัวขออาสาเข้ามาเป็นกระบอกเสียงและตัวแทนของข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้น พร้อมชูวิสัยทัศน์ปฏิรูปการบริหารงานบุคคลด้วย “ระบบคุณธรรม” อย่างแท้จริง
เปิดเบื้องลึกทำไมต้อง “ลั่นกลองรบ” ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม?
การตัดสินใจกระโดดเข้าร่วมศึกเลือกตั้ง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิในครั้งนี้ของ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เฉียบคมและสร้างความตื่นตัวให้กับองค์กรเป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าตัวมองเห็น “แผลลึก” ของโครงสร้างภายในมาโดยตลอด
ด้วยโปรไฟล์ระดับตบท้ายสายงานที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญอย่าง ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ และ เลขานุการคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ทำให้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ เป็นผู้ที่รู้ลึก รู้จริง และเข้าใจในระเบียบหลักเกณฑ์ ข้อกฎหมายต่างๆ อย่างทะลุปรุโปร่ง การันตีได้ว่ามองเห็นโครงสร้างและปัญหาของการบริหารงานบุคคลภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างชัดเจนที่สุด และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาต้องการนำความรู้และความเข้าใจทั้งหมด มาขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น เพื่อประโยชน์ของพี่น้องตำรวจอย่างแท้จริง
กางพิมพ์เขียว 4 ยุทธศาสตร์ใหญ่ พลิกโฉมขับเคลื่อน “ก.ตร.ยุคใหม่”
สำหรับการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ได้เสนอแนวนโยบายหลักที่มุ่งเน้นประโยชน์ของข้าราชการตำรวจเป็นศูนย์กลาง โดยเปิดเผย 4 ยุทธศาสตร์สำคัญที่จะนำมาใช้ปฏิรูปองค์กร ดังนี้:
1. คืนเกียรติและศักดิ์ศรีข้าราชการตำรวจ: ผลักดันให้ระบบคุณธรรม (Merit System) ถูกนำมาใช้ในการแต่งตั้งโยกย้ายอย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้ เพื่อให้คนดี คนที่ตั้งใจทำงาน และมีผลงานประจักษ์ ได้รับการเชิดชูและเติบโตอย่างสง่างาม ปราศจากการแทรกแซงหรือระบบเส้นสาย
2. ปฏิรูปสวัสดิการข้าราชการตำรวจ: ยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของตำรวจและครอบครัวให้เท่าทันต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจสูงสุดในการออกไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน
3. ปลดล็อกสายงานวิชาชีพเฉพาะ: ผลักดันให้ข้าราชการตำรวจในสายงานวิชาชีพเฉพาะ มีความก้าวหน้าในแท่งงานของตัวเอง สามารถเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นธรรม เทียบเท่ากับสายงานหลัก ไม่ถูกมองข้ามอีกต่อไป
4. คืนตำรวจให้ประชาชน: จัดระบบการทำงานใหม่เพื่อลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้ตำรวจได้กลับไปทำหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ดูแลความปลอดภัยและสร้างความผาสุกที่แท้จริงให้กับประชาชนอย่างเต็มกำลัง
ส่งสัญญาณถึง “รอง ผกก. ขึ้นไป” ร่วมเปลี่ยนอนาคตองค์กร
อดีตนายพลคนดังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว พร้อมเชิญชวนพลังเงียบจากพี่น้องข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับ “รองผู้กำกับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป” ให้ออกมาร่วมกันกำหนดทิศทางใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยย้ำว่า คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) คือหัวใจสำคัญที่สุดในการกำหนดชะตาชีวิตของข้าราชการตำรวจทุกคน
”ขอเชิญชวนเพื่อนข้าราชการตำรวจ ตั้งแต่ระดับ รองผู้กำกับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป ร่วมใจกันใช้สิทธิเลือกคนที่มีประสบการณ์ เข้าใจระบบ และพร้อมสู้เพื่อความเป็นธรรม เข้าไปทำหน้าที่แทนพวกท่าน”
พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตนเองมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะใช้ทุกประสบการณ์ที่มี โดยเฉพาะในฐานะอดีตเลขานุการ ก.ตร. เข้าไปจัดระบบการบริหารงานบุคคลให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนที่สุด เพื่อให้พี่น้องตำรวจทุกนายสามารถทำงานได้อย่างภาคภูมิใจในเกียรติยศของตนเอง

ทีมข่าวภาคสนาม/รายงาน



