รวบหนุ่มอังกฤษคาคอนโดหรูพัทยา เผยเบื้องหลังเป็นคีย์แมนจัดหาอาวุธให้มือปืนโคลัมเบีย สังหารโหดหนุ่มอิรักคาสตรีทป่าตอง เซ่นปมขัดผลประโยชน์แก๊งคาร์เทลข้ามชาติ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ 4 กองกำกับการ 5 นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นห้องพักภายในคอนโดมิเนียมชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อเข้าทำการจับกุม นายอาเมียร์ (Mr. Amir) สัญชาติบริติช อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ 169/2569 ในข้อหาหนัก “เป็นผู้สนับสนุนการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีและพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และสนับสนุนให้มีการยิงปืนในที่ชุมชน”
ชนวนเหตุของคดีอุกอาจนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 7ก.พ.69 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงชายชาวอิรัก อายุ 24 ปี จนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมบริเวณริมถนนสิริราชย์ ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ท่ามกลางความตื่นตระหนกของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังสืบสวนจนสามารถติดตามจับกุมตัวมือปืนผู้ลงมือก่อเหตุได้ คือชายสัญชาติโคลัมเบีย ขณะกำลังกบดานอยู่ที่ห้องพักใกล้สนามบินภูเก็ตเพื่อเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ พร้อมยึดของกลางเป็นอาวุธปืน 2 กระบอก เครื่องกระสุน และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการปฏิบัติการ
จากการขยายผลอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พบว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่การทะเลาะวิวาทส่วนตัว แต่เป็นการวางแผนสังหารอย่างเป็นระบบที่มีลักษณะเป็น “งานสั่งตาย” โดยมีมูลเหตุมาจากการขัดผลประโยชน์อย่างรุนแรงภายในแก๊งคาร์เทลยาเสพติดรายใหญ่ในต่างประเทศ โดยนายอาเมียร์ ผู้ต้องหาชาวอังกฤษรายนี้ ถูกระบุว่าเป็นตัวการสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและจัดหาอาวุธปืนส่งมอบให้กับมือปืนชาวโคลัมเบีย เพื่อใช้ในการปลิดชีพเป้าหมายตามใบสั่ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้แกะรอยเส้นทางหลบหนีจนพบว่านายอาเมียร์ได้เผ่นออกจากพื้นที่ภูเก็ตมาซ่อนตัวอยู่ในย่านพัทยา จึงนำหมายค้นเข้าตรวจสอบและสามารถจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด พร้อมตรวจยึดหลักฐานสำคัญหลายรายการที่เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับรูปคดี อย่างไรก็ตาม ในชั้นสอบสวนเบื้องต้น นายอาเมียร์ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลถึงเครือข่ายข้ามชาติที่เหลือต่อไป





