ช่วงเที่ยงวันที่ 13 พค.69 พบชายสูงวัยใส่เสื้อยืดแขนยาวสีฟ้านุ่งกางเกงขาสั้นสบายและสะพายกระเป๋าผ้าสีดำกับสีชมพูสภาพเก่าอย่างละใบ รวม 2ใบ ใส่รองเท้าแตะเดินเท้ามาบนถนนสาย304 บริเวณหน้าโรงเรียนสายมิตรศึกษา ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ท่าทางเหนื่อยล้าจากการเดินทางท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวเหงื่อท่วมกาย
กระทั่งบ่ายชายสูงวัยเดินผ่านร้านข้าวเหนียวหมูปิ้งริมทางหน้าปั๊มน้ำมันบางจากพื้นที่ ต.ลาดตะเคียน ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามและซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ ชายสูงวัยคนดังกล่าวบอกขอแค่ข้าวเหนียวกับหมูปิ้งห่อเดียว และเมื่อได้ยินว่าจะซื้อให้กินจึงขอ 2 ห่อ แม่ค้าให้น้ำแดง 1 แก้วจากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าลุงสูงวัยคนดังกล่าวชื่อนายแดง ชูวรีมย์ อายุ 65 ปี ภูมิลำเนาอยู่ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ลุงแดง กล่าวว่ามารับจ้างทำงานกับหัวหน้าคนงานคนหนึ่งชื่อเล่นว่า “ดำ”ซึ่งมีคนงาน5-6คนทำงานขนไม้ยูคาลิปตัสตามพื้นที่ต่างๆ

เย็นวันที่ 11 ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองกับเพื่อนร่วมงานขนไม้ขึ้นรถบรรทุกสิบล้ออยู่ที่บ้านทับลาน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี หลังจากขึ้นไม้เสร็จพากันพักผ่อนอยู่ที่เพิงพักในสวนยูคาลิปตัส ซึ่งทุกครั้งหลังจากที่ขึ้นไม้เสร็จคนงานก็จะแยกย้ายกันพักผ่อน รอเวลาที่จะย้ายพื้นที่ทำงานกระทั่งเวลาผ่านไปตนเองเผลอนอนหลับไปตื่นขึ้นมาปรากฏว่าหัวหน้าคนงานและเพื่อนคนงานพากันออกจากที่พักกันหมดแล้ว ซึ่งตนเองรู้ว่าหัวหน้าคนงานเมาลืมตนเองไว้ไม่ตรวจเช็คว่าคนงานขึ้นรถหมดหรือยัง ไม่โกรธที่ถูกลืมทิ้งไว้ในสวนยูคาลิปตัส
จึงตัดสินใจเดินเท้าจากทับลานเพื่อที่จะมาตามหาหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานในพื้นที่ลาดคะเคียนเขตรอยต่อของรั้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่หัวหน้าคนงานและเพื่อนคนงานมักจะเข้าออก หากพบเห็นหัวหน้าคนงานและเพื่อนร่วมงานจำได้แล้วจะต้องแวะรับไปยังที่พักคนงาน ซึ่งทำงานรับจ้างเหมาเก็บไม้ยูคาลิปตัสเป็นตันร่วมกับเพื่อนคนงานมาหลายปีแล้ว ตนเองรู้แต่เพียงว่ารับจ้างขึ้นเก็บเศษไม้ให้รถคีบคีบไม้ใส่รถบรรทุก 10 ล้อเป็นตัน ซึ่งไม่ทราบว่าเขาคิดค่าแรงให้ตันละเท่าไหร่ หักค่าอาหาร 3 เวลา/วันเหลือเงินวันละ 100 กว่าบาทก็พออยู่ได้
ลุงแดงให้มาส่งไว้ที่ใต้สะพานลอยทางเข้าบ้านสระบัว มั่นใจว่ายังไงก็ต้องเจอจะช้าจะเร็วยังไงก็ตัองเจอหัวหน้าและเพื่อนหรือคนรู้จัก เขาเห็นก็จะเรียกขึ้นรถ แต่หากไม่เจอวันนี้ก็จะเดินไปดักรอที่ปากทางบ้านคลองรั้งกับระเบาะไผ่ต่อไป สาเหตุที่มาทำงานที่นี่เพราะตัวคนเดียวหลังจากที่ภรรยาเสียชีวิตลง ลูกเต้ามีครอบครัวกันไปหมดแล้วก็ออกจากบ้านมาหากินเพียงลำพัง ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ทั้งตัวเหลือเงินอยู่ 14 บาทเพียงเท่านั้น




