วันจันทร์, พฤษภาคม 11, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมรวบ “ออย” เซลล์สาวแสบคาชานชาลารังสิต หลังเชิดเงินบริษัทกว่า 1.2 แสนบาทหนีคดี พบประวัติก่อเหตุซ้ำซาก เตรียมเผ่นกบดานภาคเหนือแต่ไม่รอด!

รวบ “ออย” เซลล์สาวแสบคาชานชาลารังสิต หลังเชิดเงินบริษัทกว่า 1.2 แสนบาทหนีคดี พบประวัติก่อเหตุซ้ำซาก เตรียมเผ่นกบดานภาคเหนือแต่ไม่รอด!

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

รวบ “ออย” เซลล์สาวแสบคาชานชาลารังสิต หลังเชิดเงินบริษัทกว่า 1.2 แสนบาทหนีคดี พบประวัติก่อเหตุซ้ำซาก เตรียมเผ่นกบดานภาคเหนือแต่ไม่รอด!

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ (ตำรวจคอมมานโด) นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันวางแผนเข้าจับกุมตัว นางสาวน้ำผึ้ง หรือ “ออย” พ่วงสำโรง อายุ 40 ปี ชาวเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 253/2569 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2569 ในข้อหา “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง หรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้าง” โดยสามารถรวบตัวได้บริเวณหน้าสถานีรถไฟรังสิต ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. ของวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากพฤติการณ์ในคดี เมื่อช่วงกลางปี 2565 นางสาวน้ำผึ้งได้เข้าทำงานเป็นพนักงานขายในบริษัทจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกแห่งหนึ่ง โดยได้รับความไว้วางใจให้ดูแลการติดต่อเสนอขายสินค้าและมีอำนาจรับชำระเงินจากลูกค้าแทนบริษัท แต่ต่อมาในช่วงเดือนกันยายนของปีเดียวกัน ผู้ต้องหาได้ตกลงซื้อขายสินค้ากับลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งเป็นเงินจำนวน 120,000 บาท ซึ่งลูกค้าได้ทำการทยอยชำระเงินให้จำนวน 2 งวด งวดละ 60,000 บาท ทว่าผู้ต้องหากลับอาศัยช่องโหว่จากการรับชำระเงินทั้งรูปแบบเงินสดและโอนเข้าบัญชีส่วนตัว ยักยอกเงินทั้งหมดไปเป็นประโยชน์ส่วนตนโดยทุจริต ไม่ยอมนำส่งเข้าบัญชีบริษัทตามระเบียบ เมื่อทางบริษัทตรวจสอบพบความผิดปกติจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา

จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวน้ำผึ้งให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าในช่วงที่เกิดเหตุตนเองประสบปัญหาหนี้สินรุมเร้า จึงตัดสินใจนำเงินของบริษัทไปใช้หนี้ส่วนตัวจนหมดสิ้น ซึ่งในตอนแรกได้พยายามเจรจาขอกับทางบริษัทเพื่อผ่อนชำระคืนเป็นงวดๆ งวดละ 12,500 บาท จำนวน 10 งวด แต่ทำได้เพียงงวดเดียวก็ไม่มีเงินจ่ายต่อ จึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทและหลบหนีคดีเรื่อยมา จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าเห็นผู้ต้องหามาปรากฏตัวที่สถานีรถไฟรังสิตเพื่อเตรียมเดินทางหลบหนีไปกบดานที่ทางภาคเหนือ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและแสดงตัวจับกุมในที่สุด

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่พบว่า นางสาวน้ำผึ้งมีพฤติการณ์เป็นมิจฉาชีพในคราบพนักงานอย่างชัดเจน โดยเคยมีประวัติก่อเหตุในลักษณะลักทรัพย์นายจ้างและยักยอกทรัพย์มาแล้วเมื่อปี 2568 สร้างความเสียหายอีกหมื่นกว่าบาท ซึ่งทางตำรวจคาดว่าอาจยังมีผู้เสียหายรายอื่นที่ถูกผู้ต้องหารายนี้อาศัยความไว้วางใจก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอีกหลายครั้ง จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงฝากเตือนภัยไปยังผู้ประกอบการและประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมผ่านตัวแทน โดยควรตรวจสอบยอดชำระและโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทโดยตรงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในลักษณะนี้

Ad 1
Ad 2