วันจันทร์, พฤษภาคม 11, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมบุกทลายโกดังปุ๋ยทุเรียนเถื่อนยึดของกลางกว่า 1.7 หมื่นชิ้น มูลค่าทะลุ 10 ล้าน พบกลุ่มทุนต่างชาติเบื้องหลังการตลาดออนไลน์ตบตาเกษตรกร

บุกทลายโกดังปุ๋ยทุเรียนเถื่อนยึดของกลางกว่า 1.7 หมื่นชิ้น มูลค่าทะลุ 10 ล้าน พบกลุ่มทุนต่างชาติเบื้องหลังการตลาดออนไลน์ตบตาเกษตรกร

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

บุกทลายโกดังปุ๋ยทุเรียนเถื่อนยึดของกลางกว่า 1.7 หมื่นชิ้น มูลค่าทะลุ 10 ล้าน พบกลุ่มทุนต่างชาติเบื้องหลังการตลาดออนไลน์ตบตาเกษตรกร

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เข้าทำการตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากสืบทราบว่าเป็นแหล่งกักเก็บและกระจายผลิตภัณฑ์ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายรายใหญ่ ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในโลกโซเชียล

ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการเฝ้าระวังภัยบนโลกออนไลน์ หลังพบเบาะแสการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมทั้ง TikTok, Facebook และ Lazada โดยกลุ่มผู้ค้าได้ใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุก เน้นสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็น “ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง” สรรพคุณครอบจักรวาล โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียนตามกระแสฤดูกาลผลไม้ มีการใช้ข้อความชวนเชื่อว่าจะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของลูก เพิ่มน้ำหนัก และเพิ่มเปอร์เซ็นต์เนื้ออย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีการจ้างวานบุคคลที่อ้างตนว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือกูรูด้านการเกษตรมาทำการรีวิวสินค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จนทำให้เกษตรกรจำนวนมากหลงเชื่อสั่งซื้อไปใช้งาน
จากการตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบผลิตภัณฑ์ปุ๋ยจำนวน 8 รายการ รวมทั้งสิ้นกว่า 17,400 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท พร้อมแผ่นสติ๊กเกอร์ฉลากภาษาไทยที่เตรียมไว้สำหรับติดบนบรรจุภัณฑ์อีกเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงเข้าข่ายเป็นปุ๋ยปลอมเนื่องจากไม่ผ่านการตรวจวิเคราะห์สูตรและมาตรฐานความปลอดภัยจากหน่วยงานรัฐ ข้อมูลจากการสอบสวนยังระบุอีกว่า ขบวนการนี้มีระบบบริหารจัดการคำสั่งซื้อที่ค่อนข้างซับซ้อน มียอดจัดส่งสูงถึง 300 ออเดอร์ต่อวัน โดยมีข้อมูลว่ากลุ่มบุคคลสัญชาติเวียดนามเป็นผู้ดูแลระบบหลังบ้านและคุมการจัดส่งสินค้า ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลหาความเชื่อมโยงถึงกลุ่มทุนและผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ. และ พ.ต.ท.พงษ์พนา กรีฑา สว.กก.2 บก.ปคบ. ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในข้อหาผลิตหรือจำหน่ายปุ๋ยปลอม ซึ่งมีโทษหนักสูงสุดคือจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 2 แสนถึง 2 ล้านบาท พร้อมออกประกาศเตือนเกษตรกรให้ระมัดระวังการเลือกซื้อปุ๋ยผ่านช่องทางออนไลน์ หากนำปุ๋ยที่ไม่ได้มาตรฐานไปใช้อาจส่งผลเสียรุนแรงต่อพืชผลและโครงสร้างดินในระยะยาว

Ad 1
Ad 2