วันเสาร์, พฤษภาคม 9, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมไล่ล่าสกัดขบวนการขนต่างด้าว 13 ราย อัดแน่นเต็มรถเก๋ง จ่ายค่าเดินทางสูงถึง หัวละ 12,000 บาท

ไล่ล่าสกัดขบวนการขนต่างด้าว 13 ราย อัดแน่นเต็มรถเก๋ง จ่ายค่าเดินทางสูงถึง หัวละ 12,000 บาท

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ไล่ล่าสกัดขบวนการขนต่างด้าว 13 ราย อัดแน่นเต็มรถเก๋ง จ่ายค่าเดินทางสูงถึง หัวละ 12,000 บาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล.,พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก. สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(อยุธยา) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล.(ลพบุรี) เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.(นครสวรรค์) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มหาราช ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา

ร่วมกันจับกุม
1.นาย จ่อ เทต อายุ 34 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 1 (ผู้ขับขี่)
2.นาย ออง โต มิ อายุ 33 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 2
3.นางสาว พุ อิง ชิง ไข่ อายุ 20 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 3
4.นางสาว วิน เล เล ที อายุ 21 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 4
5.นางสาว เม เซ อุย อายุ 30 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 5
6.นางสาว พิว พิว ซาน อายุ 35 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 6
7.นาย มิม เม อายุ 34 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 7
8.นาย โซ เล อู อายุ 34 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 8
9.นาย เว ยา เอา อายุ 20 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 9
10.นาย โซ เย เม อายุ 24 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 10
11.นาย มู ชิ อาว อายุ 21 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 11
12.นาย อิ พิว อาว อายุ 20 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 12
13.นาย ดี ฮาน นาย อายุ 21 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 13
14.นาย มิ ที อายุ 28 ปี สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 14
.
โดยกล่าวหาว่า ผู้ถูกจับที่ 1 “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ผู้ถูกจับที่ 2 – 14 “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พร้อมด้วยของกลางมี
1.รถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ TOYOTA INNOVA สีเทา จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
2.โทรศัพท์ยี่ห้อ REDMI สีเทา จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1)
3.กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก

สถานที่จับกุม บริเวณ กม.46-47 ถนนสายเอเซียขาเข้า ต.ท่าตอ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้มีการกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่ภาคกลางอย่างต่อเนื่อง จากการสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.3 กก.๑ บก.ทล.(ลพบุรี) และทราบว่าจะมีการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.๑ บก.ทล.(อยุธยา) และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเฝ้าระวังตามเส้นทาง จนกระทั่งพบรถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ TOYOTA INNOVA สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฎต-24xx กรุงเทพมหานคร ขับขี่ผ่านมามีลักษณะรถที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติและติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียง รวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกคันดังกล่าวให้หยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว เบื้องต้นสอบถามชื่อ นาย จ่อ เทต ( KYAW THET ) อายุ 34 ปี สัญชาติ เมียนมา(ทราบชื่อ-นามสกุลภายหลัง) แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นแรงงานต่างจำนวน 13 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุทธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ถูกจับที่ 1 ให้การยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับการประสานงานจากเพื่อนชาวเมียนมา (ไม่ทราบชื่อ-นาสกุลกุลจริง) ให้ไปรับคนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 13 คน ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งปลายทาง กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยได้ค่าจ้าง 10,800 บาทต่อการขนคนต่างด้าว 1 ครั้ง และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ และยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางโดยกระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ

จากการสอบถามผู้ถูกจับที่ 2 – 14 ให้การยอมรับว่าผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมาและเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงานในประเทศไทย โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงิน ประมาณ 12,000 บาท

Ad 1
Ad 2