รวบยกทีมช่างไฟฟ้ารัสเซีย ตม.สุราษฎร์ธานี ร่วมตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย ตามรวบ 4 หนุ่มรัสเซีย ข้ามห้วยจากเกาะภูเก็ตมารับงานเกาะสมุย ลักลอบทำงานแย่งอาชีพคนไทยพ่วงข้อหาอยู่เกินกำหนดวีซ่า
ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในลักษณะจัดตั้งนอมินี ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมายก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือ กลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุในลักษณะกลุ่มแก๊งหรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด แย่งอาชีพคนไทย
พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ตรวจสอบกลุ่มคนต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย มีพฤติการณ์มาสร้างความวุ่นวายหรือจะก่อเหตุร้ายในประเทศไทย แย่งอาชีพคนไทย หากพบพฤติการณ์หรือการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที
สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ได้สืบสวนติดตามกลุ่มคนต่างชาติสัญชาติรัสเซีย ที่มีพฤติการณ์แอบลักลอบทำงานเป็นช่างไฟฟ้า ช่างก่อสร้าง ที่มารับงานปรับปรุงอาคารในพื้นที่หาดเฉวงเพื่อเป็นร้านคาราโอเกะและบาร์เกิร์ล ไว้รองรับนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ใช้วิธีสะกดรอยติดตามเพื่อพิสูจน์ทราบมาตลอด
จนกระทั่งวันนี้ 5 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่สืบทราบหลังจากสะกดรอยตามมาหลายวัน พบว่ากลุ่มคนต่างชาติที่ได้ลักลอบเข้ามาทำงานมีจำนวนหลายคน โดยได้แอบขนเครื่องมือและอุปกรณ์ในการติดตั้งเครื่องเสียง ไฟแสงสี จอคาราโอเกะ ในห้องลับสำหรับแขกวีไอพี และเมื่อขนสิ่งของอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อย กลุ่มต่างชาติจะได้ทำการปิดล็อกประตูด้านทางเข้าเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบเช่นเดิมเหมือนทุกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงได้วางกำลังซุ่มรอไว้รอบบริเวณอาคาร จนกระทั่งมีหนึ่งในคนต่างชาติได้เดินออกมาสูบบุหรี่ เจ้าหน้าที่สบโอกาสจึงบุกเข้าทำการรวบตัวคนต่างชาติที่กำลังทำงานโดยไม่ทันตั้งตัวได้ทั้งหมด พบว่าในขณะนั้นทุกคนกำลังทำงานวางระบบไฟฟ้า เดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร ติดตั้งเครื่องเสียง ระบบแสงสี รวมทั้งผังควบคุมไฟฟ้าทั้งหมดภายในอาคาร พบอุปกรณ์ สายไฟและเครื่องมือสำหรับงานช่างจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากด้านในมีการวางแปลนไว้เป็นสถานบันเทิงมีคาราโอเกะไว้ให้บริการ ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นธุรกิจของคนรัสเซีย ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบเอกสารการทำงาน พบว่ามี จำนวน 4 คนที่ผิดกฎหมาย ประกอบด้วย 1.นายคอนสแตนติน คูเพิร์ท อายุ 43 ปี 2.นายวลาดิสลาฟ โลจินอฟ อายุ 27 ปี 3.นายนิโคไล โคลพาโดฟ อายุ 38 ปี 4.นายแมคซิม เกร็บกิน อายุ 45 ปี ทั้งหมดเป็นคนสัญชาติรัสเซีย เป็นลูกจ้างของบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ข้ามห้วยมารับงานหากินกับคนต่างชาติรัสเซียด้วยกันในพื้นที่เกาะสมุย โดยพบว่า 2 ใน 4 วีซ่าขาดไปแล้ว 3 เดือน และไม่มีใบอนุญาตทำงาน อีก 2 คน มีใบอนุญาตทำงานแต่มาลักลอบทำงานที่กฎหมายสงวนไว้ให้คนไทยทำ ซึ่งทั้งหมดอาศัยโอกาสที่มีวีซ่าท่องเที่ยวเข้ามาทำงานแย่งอาชีพคนไทย และทำงานเกินสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ทำ เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวคนต่างชาติสัญชาติรัสเซียทั้ง 4 คน นำส่งร้อยเวร สภ.บ่อผุด ดำเนินคดี ต่อไป หลักจากดำเนินคดีเสร็จจะได้เพิกถอนวีซ่าส่งกลับประเทศต้นทางต่อไป ในส่วนบริษัทที่ดำเนินกิจการและว่าจ้างให้กลุ่มคนต่างชาติกลุ่มนี้มาทำงานจะได้ตรวจสอบการจดทะเบียนบริษัทว่าเข้าข่ายเป็นนอมินีหรือไม่ หากเข้าข่ายจะได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ชูธเรศ ฯ ยังกล่าวอีกว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่กำชับให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและชาวต่างชาติที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมายในราชอาณาจักร รวมทั้งแย่งอาชีพคนไทยและขอประชาสัมพันธ์ไปยังชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในประเทศไทยขอให้ปฏิบัติตนตามกฎหมาย หากมีการกระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกราย






