รวบอดีตเจ้าหน้าที่ของรัฐอุปโลกน์ “โครงการทิพย์” ลวงบริษัทรับเหมา 17 แห่ง รวมมูลค่าสัญญา 358 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย กก.1 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นายวสุฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ จ.8/2569 ลงวันที่ 21 เมษายน 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ และใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมเป็นเจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าร้านอาหาร ถ.สุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
พฤติการณ์ เมื่อเดือนมีนาคม 2568 โดยผู้ต้องหาได้เข้าไปตีสนิทกับบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่ (ผู้เสียหาย) โดยอ้างว่ามีโครงการที่ผู้รับจ้างทิ้งงาน จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการระบบพลังงานทางเลือก (Solar) และ โครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าแรงต่ำและสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV) รวมมูลค่ากว่า 32 ล้านบาท ขบวนการนี้ได้เสนอตัวเป็นนายหน้านำโครงการดังกล่าวมาให้บริษัทผู้เสียหายรับช่วงต่อ แต่มีข้อแม้ว่าต้องจ่าย ค่าดำเนินการ จำนวน 6 ล้านบาท ผู้ต้องหาได้นัดหมายให้ตัวแทนบริษัทเข้าไปที่สำนักงานใหญ่ ย่านบางซื่อ โดยจัดฉากให้พบกับ นายวสุฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายวสุฯ ได้อาศัยเครื่องแบบ และตำแหน่งหน้าที่
นำเอกสารสัญญาจ้างที่ปลอมขึ้นมาทั้งฉบับมาให้ผู้เสียหายลงนาม ก่อนจะนัดหมายส่งมอบสัญญาที่อ้างว่าผู้บริหารระดับสูงเซ็นอนุมัติแล้ว ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน เมื่อผู้เสียหายเห็นลายเซ็นผู้บริหารและตราประทับ จึงหลงเชื่อสนิทใจ และยอมส่งมอบเงินสดจำนวน 6 ล้านบาท บรรจุใส่ถุงกระดาษให้กับผู้ต้องหา
เมื่อผู้เสียหายส่งมอบงานงวดแรก และเตรียมเบิกเงินกว่า 3.5 ล้านบาท นายวสุฯ ได้ส่งภาพเอกสารที่มีคิวอาร์โค้ด อ้างว่าให้สแกนเพื่อติดตามสถานะการจ่ายเงิน แต่เมื่อผู้เสียหายสแกนกลับพบว่าเป็นเพียง
หน้าเว็บไซต์ Google ธรรมดา เมื่อตรวจสอบเชิงลึก จึงพบความจริงว่าโครงการดังกล่าวไม่มีอยู่จริง สัญญา
ถูกทำปลอมขึ้นมาทั้งหมด ผู้บริหารไม่เคยรับทราบ และพยานในสัญญาคือบุคคลที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาทั้งสิ้น
ภายหลังการจับกุมพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าว่าขบวนการนี้ไม่ได้ก่อเหตุเพียงครั้งเดียวแต่
มีการนำชื่อ และตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานไปทำสัญญาปลอม หลอกลวงบริษัท และห้างหุ้นส่วนจำกัดมาแล้วถึง 17 นิติบุคคล รวมมูลค่าสัญญาที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาสูงถึง 358,936,315 บาท นายวสุฯ ได้ไหวตัวทันและวางแผนหลบหนีไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. จึงได้ทำการสืบสวนติดตามตัวจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง ชุดปฏิบัติการได้สะกดรอยตามรถยนต์เป้าหมายและ
บุกเข้าจับกุมตัว นายวสุฯ ได้แบบไม่ทันตั้งตัว





