วันจันทร์, เมษายน 27, 2026
หน้าแรกการเมืองเจาะลึกเบื้องหลัง “อธิบดีอุ๋ย” ลาออก: ปิดฉาก 25 ปีขุนคลังหญิงแกร่ง สั่นสะเทือนเก้าอี้กระทรวงการคลัง

เจาะลึกเบื้องหลัง “อธิบดีอุ๋ย” ลาออก: ปิดฉาก 25 ปีขุนคลังหญิงแกร่ง สั่นสะเทือนเก้าอี้กระทรวงการคลัง

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

เจาะลึกเบื้องหลัง “อธิบดีอุ๋ย” ลาออก: ปิดฉาก 25 ปีขุนคลังหญิงแกร่ง สั่นสะเทือนเก้าอี้กระทรวงการคลัง

กรุงเทพมหานคร – วงการข้าราชการไทยต้องเผชิญกับแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ เมื่อ ดร.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากราชการอย่างเป็นทางการ ปิดฉากเส้นทางรับใช้ชาติยาวนานกว่า 25 ปี โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ทิ้งไว้เพียงคำถามและกระแสคาดการณ์มากมายถึงทิศทางของกระทรวงการคลังหลังจากนี้

เส้นทางที่ถูกจับตา: จาก “ตัวเต็งปลัดหญิง” สู่ทางเลือกใหม่

ดร.กุลยา หรือที่ข้าราชการและสื่อมวลชนรู้จักกันในชื่อ “อธิบดีอุ๋ย” ไม่ได้เป็นเพียงข้าราชการระดับสูง แต่เธอคือสัญลักษณ์ของความสำเร็จในสายงานเศรษฐกิจมหภาค ด้วยประสบการณ์ที่หาตัวจับยากจากการดำรงตำแหน่งสำคัญครบทั้ง 3 กรมหลัก (กรมสรรพสามิต, กรมศุลกากร, และกรมสรรพากร) ทำให้เธอถูกวางตัวให้เป็น “ตัวเต็งอันดับหนึ่ง” ในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

การลาออกครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคล แต่เป็นการสูญเสียบุคลากรระดับมันสมองในช่วงเวลาที่กระทรวงการคลังกำลังขับเคลื่อนนโยบายการจัดเก็บรายได้ครั้งสำคัญ

ถอดรหัสสาเหตุ: ทำไมต้องตอนนี้?

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงการคลังเปิดเผยกับทีมข่าวว่า แม้ผู้ใหญ่ในกระทรวงจะพยายามเข้าพบและขอให้ ดร.กุลยา ทบทวนการตัดสินใจ แต่เจ้าตัวยังคงยืนหยัดด้วยเหตุผลส่วนตัว โดยปฏิเสธข่าวลือเรื่องความขัดแย้งภายในหรือความไม่พอใจในการจัดวางตำแหน่งอย่างสิ้นเชิง

มุมมองส่วนตัว: ดร.กุลยา ยืนยันว่านี่คือการ “ถึงเวลาที่เหมาะสม” ในการหาความท้าทายใหม่ๆ ในภาคเอกชนที่เธอสั่งสมประสบการณ์มาทั้งชีวิต

ความชัดเจนในก้าวต่อไป: เพื่อยุติข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ดร.กุลยา ประกาศชัดเจนว่า จะไม่รับตำแหน่งในธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อเปิดทางให้เธอก้าวสู่โลกธุรกิจได้อย่างสง่างามและไร้รอยต่อทางกฎระเบียบ

แรงสะเทือนและการปรับทัพกระทรวงการคลัง

การลาออกของ ดร.กุลยา ก่อให้เกิด “โดมิโน่เอฟเฟกต์” ในการจัดทัพผู้บริหารกระทรวงการคลังทันที โดยกระแสข่าววงในชี้ชัดไปที่:

ว่าที่อธิบดีคนใหม่: ชื่อของ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ขึ้นแท่นเต็งหนึ่งที่จะมานั่งเก้าอี้อธิบดีกรมสรรพากรต่อ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และนโยบายการคลังที่ใกล้เคียงกับงานของ ดร.กุลยา

เก้าอี้ สศค. ว่างลง: การขยับของนายวินิจจะส่งผลให้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ สศค. เกิดช่องว่าง ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการสรรหากำลังเร่งพิจารณาผู้ที่มีความเหมาะสม เพื่อเข้ามารับไม้ต่อในช่วงที่เศรษฐกิจไทยต้องการทิศทางที่ชัดเจน

บรรยากาศส่งท้าย: ความเสียดายจากรั้ว “สรรพากร”

บรรยากาศที่กรมสรรพากรในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันที่ 30 เมษายน 2569 เต็มไปด้วยความอาลัย เหล่าข้าราชการและพนักงานต่างจัดเตรียมงานอำลาเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณต่อผู้นำหญิงที่ได้รับความเคารพในเรื่องความเป็นมืออาชีพและความเด็ดขาดในการทำงาน

“การไปของเธอไม่ใช่แค่การลาออกของข้าราชการ แต่เป็นการสูญเสียผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและเข้าใจกลไกเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างถ่องแท้” ข้าราชการระดับสูงรายหนึ่งกล่าว

บทสรุป: อนาคตที่ใครก็อยากคว้าตัว

แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่ามีหลายองค์กรใหญ่ในภาคเอกชนกำลังจ้องดึงตัว ดร.กุลยา ไปร่วมงาน แต่การตัดสินใจครั้งนี้ยังสะท้อนถึงเทรนด์ของ “ข้าราชการระดับสูงระดับหัวกะทิ” ที่เริ่มมองหาพื้นที่ในการสร้างอิมแพ็คในภาคธุรกิจมากขึ้น

การปิดฉาก 25 ปีในรั้วราชการของ ดร.กุลยา จึงไม่ใช่จุดจบของความสำเร็จ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของก้าวใหม่ในฐานะผู้บริหารภาคเอกชนที่จะยังคงเป็นที่จับตามองของทุกภาคส่วนในประเทศไทยต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Ad 1
Ad 2