ผู้ว่ากาญฯ เปิดกว้าง รับข้อมูล จากสื่อมวลชน เพื่อแก้ไขปัญหา พัฒนาจังหวัดกาญจนบุรี และประชุมโครงการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และติดตามผลงานตามแผนปฏิบัติราชการของจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น.ที่ ห้องประชุมอาเซียน 2 โรงแรมพีลูส กาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในการประชุม ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล และแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 มี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ นายสิทธิวีร์ วรรณพฤกษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องฯ ผู้สื่อข่าวจากหลายสังกัด และสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมการประชุมฯ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี จัดทำโครงการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและการติดตามผลตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อเป็นช่องทางให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และการชี้แจงประเด็นที่สื่อมวลชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ความสนใจ ตลอดจนรับฟังปัญหา ผลกระทบ และข้อเสนอแนะจากประชาชนที่เกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายหรือโครงการของรัฐในพื้นที่ โครงการมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยใช้สื่อมวลชนเป็นสื่อกลางเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางสื่อแขนงต่าง ๆ ให้ประชาชนในจังหวัดรับทราบอย่างทั่วถึง เพิ่มประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์ และเสริมสร้างความโปร่งใสในการบริหารงานของหน่วยงานภาครัฐ
จังหวัดกาญจนบุรี มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านกลยุทธ์ “เที่ยวใกล้ ประหยัดพลังงาน” โดยชู Soft Power ด้านวัฒนธรรมและกิจกรรมเทศกาลเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุงเทพฯ และปริมณฑล ควบคู่ไปกับการส่งเสริม Green Travel และการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคเกษตรกรรม ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดต้นทุนพลังงาน อาทิ การส่งเสริมบ่อก๊าซชีวภาพและระบบโซลาเซลล์ในฟาร์มปศุสัตว์และประมง พร้อมทั้งยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรผ่านอัตลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เช่น เงาะทองผาภูมิ และทุเรียนทองผาภูมิ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เกษตรกรท่ามกลางวิกฤตราคาพลังงาน
ด้านการค้าและการลงทุน พบว่ามูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมาขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกผ่านด่านพระเจดีย์สามองค์ที่พุ่งสูงขึ้นร้อยละ 44.59 ขณะที่ภาครัฐได้เร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านโครงการธงฟ้าราคาประหยัดและแคมเปญ “ไทยช่วยไทย” ร่วมกับภาคเอกชน สำหรับสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน ได้มีการเฝ้าระวังผลกระทบจากการสู้รบในเมียนด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ จังหวัดมุ่งขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ “เที่ยวใกล้ ประหยัดพลังงาน” ชู Soft Power ทางวัฒนธรรมและกิจกรรมเทศกาล ดึงนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมส่งเสริม Green Travel และการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคเกษตรกรรม ขณะเดียวกันได้ดำเนินมาตรการลดต้นทุนพลังงานในภาคเกษตร เช่น ส่งเสริมบ่อก๊าซชีวภาพและระบบโซลาเซลล์ในฟาร์มปศุสัตว์และประมง รวมถึงยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยอัตลักษณ์ GI ระบุเป็นตัวอย่างว่า เงาะทองผาภูมิและทุเรียนทองผาภูมิ เพื่อช่วยดูแลรายได้เกษตรกรในภาวะราคาพลังงานผันผวน
ในส่วนการค้าและการลงทุน มูลค่าการค้าชายแดนไทย–เมียนมาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยการส่งออกผ่านด่านพระเจดีย์สามองค์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 44.59 ภาครัฐยังเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านโครงการธงฟ้าราคาประหยัดและแคมเปญ “ไทยช่วยไทย” ร่วมกับภาคเอกชน
ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน จังหวัดเฝ้าระวังผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมาอย่างใกล้ชิด พร้อมบังคับใช้กฎหมายและเพิ่มจุดตรวจสกัดเพื่อปราบปรามขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่อำเภอติดชายแดน
รวมไปถึงความก้าวหน้าด้านโครงการจุดตัดทางหลวงพิเศษ M81 ทั้งแยกวังสารภีและแยกแก่งเสี้ยนมีความคืบหน้าเร็วกว่าแผนงาน เพื่อรองรับการจราจรในช่วงเทศกาล นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายโครงข่ายคมนาคมและทางหลวงชนบทเพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและการเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ระหว่างภูมิภาค โดยมีโครงการก่อสร้างสำคัญที่จะทยอยแล้วเสร็จในช่วงปี 2570 – 2571 เพื่อเปลี่ยนโฉมการเดินทางในพื้นที่ อาทิ โครงการขยายทางหลวง ทล.323 และการศึกษาถนนวงแหวนรอบเมือง ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ แม้จะประสบความสำเร็จในการลดจุดความร้อนจากไฟป่าได้ถึงร้อยละ 41 แต่ยังคงเร่งแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำแม่กลอง การจัดการขยะมูลฝอย และการบริหารจัดการปัญหาช้างป่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
กัมพล ทันเวลา ทีมข่าวภาคตะวันตก




