คอมมานโดบุกสายใต้ใหม่! รวบ “จิน บัญชีม้า” แก๊งคอลเซ็นเตอร์แสบ อ้าง ตร.สภ.เสม็ด ขู่รีดเงิน นศ. เกลี้ยงบัญชี 5.5 แสน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) สยบมิจฉาชีพคาขนส่ง หลังสืบทราบเส้นทางหลบหนีของเจ้าของบัญชีม้าตัวสำคัญในขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับเยาวชนและครอบครัว
เหตุการณ์จับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 4 บก.ปพ. ได้เข้าแสดงตัวและจับกุม นางสาวจินตนา หรือจิน แสนอินทร์ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1016/2568 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2568 โดยผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา ประกอบด้วยสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน,สนับสนุนการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จสู่ระบบฯ,เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) เพื่อกระทำความผิดทางเทคโนโลยี
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2567 มิจฉาชีพได้เริ่มเปิดฉากด้วยการสุ่มโทรศัพท์หาเหยื่อซึ่งเป็นนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี แจ้งว่าเหยื่อพัวพันกับคดีฟอกเงินระดับประเทศที่มี “นายเอกชัย กองทา” เป็นหัวหน้าขบวนการ
เมื่อเหยื่อเริ่มตกใจ คนร้ายได้ยกระดับความแนบเนียนด้วยการ
– ปลอมแปลง Identity ให้แอดไลน์ “สถานีตำรวจภูธรเสม็ด” ที่มีการตกแต่งโปรไฟล์ให้น่าเชื่อถือ
– วิดีโอคอลสร้างความหวาดกลัว: มีการแต่งกายคล้ายตำรวจและแสดงเอกสารราชการปลอมที่มีชื่อและข้อมูลของเหยื่ออยู่ภายใน
– กดดันด้วยเงื่อนไขเวลา สั่งให้เหยื่อโอนเงิน “ทั้งหมด” ไปยังบัญชีที่กำหนดเพื่อทำการ “ตรวจสอบเส้นทางการเงิน” (Money Trail) โดยสัญญาว่าจะคืนให้ทันทีหลังตรวจสอบเสร็จ
สิ่งที่น่าสลดใจในคดีนี้ คือคนร้ายไม่ได้หยุดแค่เงินในบัญชีของนักศึกษา แต่ยังได้ใช้อุบายหลอกถามข้อมูลรายได้ของบิดามารดา โดยกำชับให้เหยื่ออ้างกับครอบครัวว่าเป็น “การเก็บข้อมูลเพื่อทำการวิจัย” ก่อนจะใช้ข้อมูลนั้นข่มขู่ต่อว่า “ต้องโอนเงินจำนวนเท่ากับรายได้ของพ่อแม่มาตรวจสอบด้วย เพื่อยืนยันว่าครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน” ด้วยความรักครอบครัวและความกลัวที่ถูกปลูกฝังจากคำขู่ นักศึกษาจึงได้ติดต่อขอเงินจากบิดามารดาและโอนให้คนร้ายหลายครั้ง รวมความเสียหายทั้งสิ้น 552,097 บาท ก่อนที่คนร้ายจะบล็อกการติดต่อหายเข้ากลีบเมฆไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวจินตนา หรือจิน ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าตนทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่ใน จ.อุดรธานี ต่อมาถูกหญิงชื่อ “นก” และชายชื่อ “เกียรติ” ชักชวนให้เปิดบัญชีอ้างว่าจะนำไปใช้ขายของออนไลน์ ซึ่งจินได้เล่าว่า “เขาพาข้าพเจ้าไปที่บิ๊กซีหนองคาย ให้เปิดบัญชีธนาคาร 4 บัญชี และเปิดออนไลน์ผ่านแอปฯ อีก 4 บัญชี โดยต้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนทุกบัญชี ข้าพเจ้าได้รับค่าตอบแทนบัญชีละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 24,000 บาท ไม่คิดว่าจะถูกนำไปใช้หลอกเด็กนักศึกษาขนาดนี้” ผู้ต้องหาระบุ
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลไปยังตัวการใหญ่และผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอีกต่อไป






