วันพฤหัสบดี, เมษายน 23, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมคอมมานโดบุกสายใต้ใหม่! รวบ "จิน บัญชีม้า" แก๊งคอลเซ็นเตอร์แสบ อ้าง ตร.สภ.เสม็ด ขู่รีดเงิน นศ. เกลี้ยงบัญชี 5.5 แสน

คอมมานโดบุกสายใต้ใหม่! รวบ “จิน บัญชีม้า” แก๊งคอลเซ็นเตอร์แสบ อ้าง ตร.สภ.เสม็ด ขู่รีดเงิน นศ. เกลี้ยงบัญชี 5.5 แสน

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

คอมมานโดบุกสายใต้ใหม่! รวบ “จิน บัญชีม้า” แก๊งคอลเซ็นเตอร์แสบ อ้าง ตร.สภ.เสม็ด ขู่รีดเงิน นศ. เกลี้ยงบัญชี 5.5 แสน

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) สยบมิจฉาชีพคาขนส่ง หลังสืบทราบเส้นทางหลบหนีของเจ้าของบัญชีม้าตัวสำคัญในขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับเยาวชนและครอบครัว

เหตุการณ์จับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 4 บก.ปพ. ได้เข้าแสดงตัวและจับกุม นางสาวจินตนา หรือจิน แสนอินทร์ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1016/2568 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2568 โดยผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา ประกอบด้วยสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน,สนับสนุนการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จสู่ระบบฯ,เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) เพื่อกระทำความผิดทางเทคโนโลยี

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2567 มิจฉาชีพได้เริ่มเปิดฉากด้วยการสุ่มโทรศัพท์หาเหยื่อซึ่งเป็นนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี แจ้งว่าเหยื่อพัวพันกับคดีฟอกเงินระดับประเทศที่มี “นายเอกชัย กองทา” เป็นหัวหน้าขบวนการ
เมื่อเหยื่อเริ่มตกใจ คนร้ายได้ยกระดับความแนบเนียนด้วยการ
– ปลอมแปลง Identity ให้แอดไลน์ “สถานีตำรวจภูธรเสม็ด” ที่มีการตกแต่งโปรไฟล์ให้น่าเชื่อถือ
– วิดีโอคอลสร้างความหวาดกลัว: มีการแต่งกายคล้ายตำรวจและแสดงเอกสารราชการปลอมที่มีชื่อและข้อมูลของเหยื่ออยู่ภายใน
– กดดันด้วยเงื่อนไขเวลา สั่งให้เหยื่อโอนเงิน “ทั้งหมด” ไปยังบัญชีที่กำหนดเพื่อทำการ “ตรวจสอบเส้นทางการเงิน” (Money Trail) โดยสัญญาว่าจะคืนให้ทันทีหลังตรวจสอบเสร็จ

สิ่งที่น่าสลดใจในคดีนี้ คือคนร้ายไม่ได้หยุดแค่เงินในบัญชีของนักศึกษา แต่ยังได้ใช้อุบายหลอกถามข้อมูลรายได้ของบิดามารดา โดยกำชับให้เหยื่ออ้างกับครอบครัวว่าเป็น “การเก็บข้อมูลเพื่อทำการวิจัย” ก่อนจะใช้ข้อมูลนั้นข่มขู่ต่อว่า “ต้องโอนเงินจำนวนเท่ากับรายได้ของพ่อแม่มาตรวจสอบด้วย เพื่อยืนยันว่าครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน” ด้วยความรักครอบครัวและความกลัวที่ถูกปลูกฝังจากคำขู่ นักศึกษาจึงได้ติดต่อขอเงินจากบิดามารดาและโอนให้คนร้ายหลายครั้ง รวมความเสียหายทั้งสิ้น 552,097 บาท ก่อนที่คนร้ายจะบล็อกการติดต่อหายเข้ากลีบเมฆไป

จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวจินตนา หรือจิน ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าตนทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่ใน จ.อุดรธานี ต่อมาถูกหญิงชื่อ “นก” และชายชื่อ “เกียรติ” ชักชวนให้เปิดบัญชีอ้างว่าจะนำไปใช้ขายของออนไลน์ ซึ่งจินได้เล่าว่า “เขาพาข้าพเจ้าไปที่บิ๊กซีหนองคาย ให้เปิดบัญชีธนาคาร 4 บัญชี และเปิดออนไลน์ผ่านแอปฯ อีก 4 บัญชี โดยต้องสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนทุกบัญชี ข้าพเจ้าได้รับค่าตอบแทนบัญชีละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 24,000 บาท ไม่คิดว่าจะถูกนำไปใช้หลอกเด็กนักศึกษาขนาดนี้” ผู้ต้องหาระบุ

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลไปยังตัวการใหญ่และผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอีกต่อไป

Ad 1
Ad 2