สกัดแผนขนแรงงานเถื่อน รวบหนุ่มเมียนมาขับรถขนเพื่อนร่วมชาติ 14 ราย มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. (อยุธยา) ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจับกุมขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายรายใหญ่ โดยสามารถรวบตัวผู้ต้องหาชาวเมียนมาได้ทั้งหมด 14 ราย พร้อมรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 28-29 ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี (ขาเข้า) ทล.340 ต.สามเมือง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงกำลังกวดขันวินัยจราจรและเฝ้าระวังการกระทำความผิดในพื้นที่รับผิดชอบตามนโยบายปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นรถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ TOYOTA สีเทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับขี่ผ่านมาด้วยลักษณะต้องสงสัย เนื่องจากตัวรถมีน้ำหนักกดทับมากกว่ารถยนต์ปกติจนเห็นได้ชัด และมีการติดฟิล์มกรองแสงมืดทึบเพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่ ชุดจับกุมจึงได้ให้สัญญาณไฟและเสียงสั่งให้หยุดรถเพื่อขอทำการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบ นายละพี่ฮุย อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับขี่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในรถต้องตะลึง เมื่อพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมานั่งอัดแน่นกันมาถึง 14 ราย (ชาย 13 ราย หญิง 1 ราย และเยาวชนชายอายุ 15 ปี 1 ราย) จากการตรวจสอบเอกสารประจำตัว พบว่าทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
จากการสอบถามนายละพี่ฮุย (ผู้ขับขี่) ยอมรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ตนได้รับการติดต่อจากเพื่อนร่วมชาติชื่อ “นายชิด” ผ่านทางแอปพลิเคชัน Messenger ให้ไปรับแรงงานทั้ง 14 รายในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อนำมาส่งยังพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยจะได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 500 บาทต่อแรงงาน 1 คน (รวมเป็นเงิน 7,000 บาท) ซึ่งตนรู้อยู่แล้วว่าแรงงานเหล่านี้เข้ามาโดยผิดกฎหมาย แต่ก็ตัดสินใจทำเพราะต้องการรายได้ โดยยอมรับว่าเคยกระทำการในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งก่อนจะถูกจับกุมในครั้งนี้
ในส่วนของกลุ่มแรงงาน (ผู้ต้องหาที่ 2-14) ให้การผ่านล่ามว่า พวกตนได้ลักลอบข้ามพรมแดนจากฝั่งเมียนมาโดยการนั่งเรือและเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ก่อนจะมีรถมารับต่อเพื่อเข้ามาหางานทำในประเทศไทย โดยแต่ละคนต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าสูงถึงคนละประมาณ 16,000 บาท
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายละพี่ฮุย ในความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ส่วนแรงงานที่เหลือถูกตั้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางประกอบด้วย รถยนต์ TOYOTA 1 คัน, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และกุญแจรถยนต์ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลถึงเครือข่ายนายหน้าต่อไป










