วันอังคาร, เมษายน 7, 2026
หน้าแรกทั่วไปรวบคาดอนเมือง! ลุงกระบะเมานรก 222 มก. ซิ่งสวนเลนขยี้ร่างสาวสาหัสที่เชียงราย ก่อนหนีซุกในกรุง-ไร้เงาเยียวยาเหยื่อ

รวบคาดอนเมือง! ลุงกระบะเมานรก 222 มก. ซิ่งสวนเลนขยี้ร่างสาวสาหัสที่เชียงราย ก่อนหนีซุกในกรุง-ไร้เงาเยียวยาเหยื่อ

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

รวบคาดอนเมือง! ลุงกระบะเมานรก 222 มก. ซิ่งสวนเลนขยี้ร่างสาวสาหัสที่เชียงราย ก่อนหนีซุกในกรุง-ไร้เงาเยียวยาเหยื่อ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) นำกำลังบุกรวบตัวผู้ต้องหาคดีเมาแล้วขับชนแล้วหนีรายสำคัญ หลังสร้างวีรกรรมสุดสลดที่จังหวัดเชียงราย ทิ้งให้เหยื่อสาวต้องเผชิญชะตากรรมลำพังนานนับปี โดยไม่มีแม้แต่คำขอโทษหรือการเยียวยาตามมนุษยธรรม

วันที่ 6 เมษายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เข้าทำการสกัดจับ นาย สุรศักดิ์ อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ที่ จ.233/2569 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้บริเวณริมถนนกำแพงเพชร 6 แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ในข้อหาหนัก “ขับรถในขณะเมาสุรา, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย”

คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์สุดสลดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 ณ อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ในวันเกิดเหตุ นาย สุรศักดิ์ ได้ขับรถยนต์กระบะฟอร์ด สีดำ ด้วยความคึกคะนองในขณะที่มีอาการมึนเมาอย่างหนัก จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดภายหลัง พบตัวเลขที่น่าตกใจถึง 222 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เกินกว่า 4 เท่า ด้วยสภาพที่ขาดสติสัมปชัญญะ รถกระบะของนาย สุรศักดิ์ ได้เสียหลักพุ่งล้ำเลนเข้าไปในทิศทางสวนทาง ก่อนจะประสานงาเข้าอย่างจังกับรถจักรยานยนต์ของ น.ส.ชนาพร (ผู้เสียหาย) แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของผู้เสียหายกระเด็นได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกหักหลายแห่งทั่วร่างกาย ต้องเข้ารับการผ่าตัดและรักษาตัวนานกว่า 4 เดือนเต็ม ท่ามกลางความทุกข์ทรมานของครอบครัว

พฤติการณ์ที่น่ารังเกียจที่สุดในคดีนี้คือ หลังเกิดเหตุนาย สุรศักดิ์ ได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน แต่กลับไม่สำนึกในความผิดที่ก่อขึ้น เขาเลือกที่จะหลบหนีและเพิกเฉยต่อหมายเรียกของพนักงานสอบสวนหลายครั้ง จนศาลต้องออกหมายจับ

ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นคือ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันโดนจับกุม นาย สุรศักดิ์ ไม่เคยติดต่อกลับไปยัง น.ส.ชนาพร เพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือให้การเยียวยาใดๆ แม้แต่บาทเดียว ปล่อยให้เหยื่อสาวต้องแบกรับทั้งความเจ็บปวดทางกายและภาระค่ารักษาพยาบาลเพียงลำพัง แม้ปัจจุบันสภาพร่างกายของเธอจะเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่บาดแผลทางใจจากความไม่ยุติธรรมยังคงอยู่
ผลการดำเนินคดี

จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่คอมมานโด พบว่าผู้ต้องหาได้หนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ เพื่อกบดานหวังให้เรื่องเงียบหายไป แต่สุดท้ายไม่รอดสายตาเจ้าหน้าที่ ถูกรวบตัวได้ในที่สุด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงชัย จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียหายต่อไป

Ad 1
Ad 2