ในช่วงเย็น วันที่ 23 มี.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า มีรถต้องสงสัยแอบพาคนจีน (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) จากประเทศกัมพูชาหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย โดยใช้รถยนต์ปิคอัพ โตโยต้า สีขาว 4 ประตู ทะเบียน กล 6331 จันทบุรี เป็นยานพาหนะ
หลังจากรับแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงกบินทร์บุรีพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ขับรถออกตรวจตามเส้นทางถนนสาย 33 (สุวรรณศร) ตั้งแต่พื้นที่ อ.กบินทร์บุรี – อ.ประจันตคาม ขณะที่ขับรถไปถึงบริเวณบ้านคำภูคำเรียบ ต.หนองแสง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พบรถยนต์ตามที่แจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พยายามเรียกให้รถคันดังกล่าวจอดข้างทาง แต่รถคนร้ายได้เร่งเครื่องขับรถหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจยิงยางรถ จนทำให้รถเสียหลักลงข้างทาง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการจับกุมคนขับได้ 1 ราย คือ นายจักรพันธ์ (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 45 ปี ส่วนคนจีนที่มาในรถ จำนวน 4 ราย ได้วิ่งหลบหนีเข้าป่าทางข้าง ทางเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้วิ่งออกติดตามและได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมโดรนมาทำการค้นหา จนกระทั่งเวลา 02.00 น.วันที่ 24 มี.ค.ก็ยังไม่พบตัว
จากการตรวจค้นในรถ พบโทรศัพท์ จำนวน 52 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์จำนวนหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่จับได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปทำการสอบสวนที่ สถานีตำรวจทางหลวงกบินทร์บุรี และจากการตรวจตรวจประวัติ พบว่า นายจักรพันธ์ เคยถูกจับดำเนินคดีที่ สภ.ชานุมาน อ.อำนาจเจริญ ในข้อหา “รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 68
ร.ต.ท.สงคราม เสวันนา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงกบินทร์บุรี กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่ามีรถต้องสงสัยผ่านเข้ามาในพื้นที่กบินทร์บุรี ผ่านแยกถนนทอง ก่อนถึงสี่แยกสามทหาร ไม่รู้ว่าแยกซ้ายหรือขวาหรือตรงไป จึงนำรถวิทยุออกตรวจเฝ้าฟัง และได้ติดตามประกาศ ให้หยุดรถแต่รถคันดังกล่าวไม่หยุด กลับขับรถหนีมุ่งหน้ามาทางประจันตคาม จึงแจ้งให้ สภ.ประจันตคามสกัด แต่รถไปไม่ถึง สภ. ได้แยกเข้าซอยและเสียหลักลงข้างถนน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวคนขับและผู้ที่อาศัยมาในวิ่งหลบหนีเข้าในป่า เท่าที่เห็นประมาณ 3 – 4 คน ของกลางที่ยึดได้ก็จะเป็นจำพวกโทรศัพท์ 50 กว่าเครื่อง ตอนนี้ก็ประสานกู้ภัยนำโดรนอินฟาเรต มาช่วยบินหาค้นหาแต่ก็ยังไม่พบ




