วันอาทิตย์, มีนาคม 29, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมตำรวจทางหลวง สกัดจับสิ้นค้าปลอมล็อตใหญ่กว่า 30,000 ชิ้น หากหลุดไปมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท

ตำรวจทางหลวง สกัดจับสิ้นค้าปลอมล็อตใหญ่กว่า 30,000 ชิ้น หากหลุดไปมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ตำรวจทางหลวง สกัดจับสิ้นค้าปลอมล็อตใหญ่กว่า 30,000 ชิ้น หากหลุดไปมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย (กก.6 บก.ทล.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.5 กก.6 บก.ทล.
ได้ร่วมกันตรวจยึดสินค้าไม่สามารถระบุที่มา จากนายสุพจน์ ฯ อายุ 51 ปี
พร้อมด้วยของกลางรายการสินค้าที่ตรวจยึด จากรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71-xx07 พระนครศรีอยุธยา สิ้นค้าจำนวน 69 ชนิด ดังนี้
1.กระเป๋าแฟชั่น จำนวน 100 ใบ
2.เสื้อยื้ด จำนวน 6500 ตัว
3.หมวกแก็ป 7300 ใบ
และสินค้า อื่นๆ จำนวนรวม 30,875 ชิ้น
สถานที่ตรวจยึด บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 212 กิโลเมตรที่ 455-456 ตำบลโชคชัย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการขนสินค้า โดยไม่ระบุที่มา โดยใช้รถยนต์บรรทุก 10 ล้อ เป็นยานพาหนะในการขนสินค้าดังกล่าว โดยรถยนต์คันดังกล่าวจะวิ่งผ่านถนนทางหลวงหมายเลข 212 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้เฝ้าติดตามอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
เมื่อรถยนต์บรรทุกต้องสงสัย ตรงตามที่สายลับแจ้งมา ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 212 กิโลเมตรที่ 455-456 (ที่เกิดเหตุ) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้เรียกให้จอดเพื่อทำการตรวจสอบ พบนายสุพจน์ ฯ เป็นคนขับรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71-xx07 พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ได้สอบถามเบื้องต้น ว่าบรรทุกสินค้าอะไรมา นายสุพจน์ฯ คนขับ ตอบว่าไม่ทราบว่าเป็นสินค้าชนิดใด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงขอตรวจค้นสินค้าที่บรรทุกมาในรถฯดังกล่าว ซึ่งก่อนการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ จนเป็นที่พอใจ ผลการตรวจค้นพบสินค้าที่ไม่ได้ระบุที่มาชัดเจน จำนวนหลายรายการ ซึ่งสินค้าที่ตรวจยึดได้ 1.5 ล้านบาท หากสามารถหลุดไปยัง ตลาดปลายทาง จะมี มูลค่าสูงถึง 20 กว่าล้านบาท
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้นำตัวนายสุพจน์ฯ พร้อมด้วยรถยนต์และสินค้าดังกล่าว ไปตรวจสอบพร้อมนับรายการสินค้าโดยละเอียด ที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงนิคมคำสร้อย ผลการตรวจสอบสินค้าพบสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าไม่ระบุมี่มา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แจ้งให้นายสุพจน์ ฯคนขับทราบว่า สินค้าดังกล่าวต้องมีเอกสารแสดงที่มาอย่างชัดเจน จึงได้บันทึกตรวจยึดไว้เพื่อทำการตรวจสอบต่อไป และได้นำสินค้าดังกล่าวส่ง สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง หากพบฝ่าฝืนกฎหมายจริง นำส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การเบื้องต้น นายสุพจน์ฯคนขับ รับว่าไปรับสินค้ามาจากลานจอดรถโล่ง แถวสะพานมิตรภาพมุกดาหาร-สะหวันเขต ในตัวเมืองมุกดาหาร เพื่อจะนำสินค้าไปส่งที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ทราบปลายทางชัดเจน เมื่อถึงเขตกรุงเทพฯ นายจ้างจะแจ้งจุดหมายปลายทางที่ชัดเจนอีกครั้ง โดยนายสุพจน์ฯได้รับค่าจ้าง เที่ยวล่ะ 7,000 บาท

Ad 1
Ad 2