ปิดตำนาน “เอ ตรัง” มือปืนอันดับ 1 ภาคใต้: เมื่อคลังแสงเคลื่อนที่ ยอมสยบให้หยดน้ำตาเมีย
[สุราษฎร์ธานี] – ปฏิบัติการปิดล้อมระทึกกลางดึก ณ รีสอร์ทแห่งหนึ่งในอำเภอไชยา เมื่อชุดหนุมานกองปราบฯ จับมือตำรวจภูธรภาค 9 วางกำลังปิดตายทางออกทุกทิศทาง เพื่อสยบ “เอ ตรัง” มือปืนพระกาฬผู้มีหมายจับติดตัวยาวเป็นหางว่าว หลังหนีคดีกบดานพร้อมระเบิดสังหารและอาวุธครบมือ
🌑 เปิดนาทีล้อมจับ: เที่ยงคืนมรณะที่อำเภอไชยา
เวลาประมาณ 03.00 น. ท่ามกลางความเงียบสงัดของอำเภอไชยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ “หนุมานกองปราบ” และกำลังเสริมจากภาค 9 กว่าหลายสิบนาย กระจายกำลังปิดล้อมห้องพักเป้าหมายในรีสอร์ทริมทาง หลังสืบทราบว่า นายจำรัส (ขอสงวนนามสกุล) หรือ “เอ ตรัง” วัย 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่าผู้อื่นและอาวุธปืนรวมกว่า 9 หมาย ได้ขับรถเก๋งคู่ใจหลบหนีจากพื้นที่จังหวัดตรังมากบดานที่นี่
ข้อมูลจากสายลับระบุชัดว่า การมาครั้งนี้ของ “เอ ตรัง” ไม่ใช่การพักผ่อนธรรมดา แต่เป็นการเดินทางมาเพื่อ “ทวงหนี้ยานรกจำนวน 3 ล้านบาท” และที่น่ากลัวกว่านั้นคือเขามีพฤติกรรมพกพาอาวุธสงครามติดตัวตลอดเวลา พร้อมที่จะ “บวก” กับเจ้าหน้าที่ทุกเมื่อหากถูกกดดัน
🧨 คลังแสงในห้องพัก: พร้อมเปลี่ยนรีสอร์ทเป็นสมรภูมิ
บรรยากาศการเจรจาเป็นไปอย่างตึงเครียดนานนับชั่วโมง เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากตรวจพบว่าภายในห้องพักมีอาวุธร้ายแรงประกอบด้วย:
* ระเบิดสังหาร M26 (สภาพพร้อมใช้งาน)
* อาวุธปืนพกสั้นขนาด .357 (อำนาจทำลายล้างสูง)
* ปืนลูกซองยาว และปืนขนาดอื่นๆ พร้อมเครื่องกระสุนเต็มอัตราศึก
“สถานการณ์ตอนนั้นเหมือนรอเวลาปะทุ เพราะคนร้ายมีประวัติโชกโชน เคยถูกยิงถล่มจนฟันหักไป 9 ซี่แต่ยังรอดมาได้ ถือเป็นบุคคลอันตรายระดับสูงสุด” หนึ่งในชุดจับกุมระบุ
🌹 “ไพ่ตาย” ใบสุดท้าย: กระสุนที่พ่ายแพ้ต่อคำอ้อนวอน
เมื่อการเจรจาด้วยโทรโข่งไม่เป็นผล และความกดดันเริ่มพุ่งสูงถึงขีดสุด ตำรวจจึงตัดสินใจใช้แผนสำรองนั่นคือการพา “ภรรยา” ของเอ ตรัง เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ท่ามกลางความเสี่ยงที่อาจเกิดการปะทะ
เสียงสะอื้นและคำอ้อนวอนสั้นๆ ของภรรยาที่หน้าประตูว่า “ออกมาเถอะพี่… ออกมาเพื่อหนู อย่ามาตายตรงนี้เลย” กลับทรงพลังยิ่งกว่าปืนนับสิบกระบอกที่เล็งอยู่
เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เสียงสลักประตูถูกเปิดออก ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็น “มือปืนอันดับ 1 ของบัญชีดำภาค 9” เดินชูมือออกจากห้องพักในสภาพยอมจำนน ไร้ซึ่งการขัดขืนอย่างที่หลายฝ่ายกังวล
💬 คำสารภาพหลังสิ้นฤทธิ์: “ถ้าเมียไม่มา ผมสู้ตาย”
หลังถูกควบคุมตัว เอ ตรัง ทิ้งประโยคเด็ดที่ยืนยันถึงเจตนาเดิมของเขาว่า “ถ้าเมียผมไม่มา ผมสู้ตายคานี้ไปแล้ว” ตอกย้ำด้วยหลักฐานข้างเตียงนอนที่พบระเบิด M26 และปืน .357 วางอยู่ในระยะที่เอื้อมถึงเพียงวินาทีเดียว
📝 ปิดบัญชีแค้น: ผลกรรมจากอดีตที่ตามหลอน
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากมือปืนผู้โหดเหี้ยมที่มีพฤติการณ์ก่อคดีสะเทือนขวัญมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น:
* คดียิงพ่อค้าทุเรียนเสียชีวิตต่อหน้าภรรยา
* คดีใช้อาวุธปืนสงครามถล่มคู่อริรายทาง
* คดีติดตามทวงหนี้นอกระบบและยาเสพติดโดยใช้ความรุนแรง
สถานะปัจจุบัน: เจ้าหน้าที่นำตัวส่งดำเนินคดีตามหมายจับเดิมทั้ง 9 หมาย พร้อมแจ้งข้อหาครอบครองอาวุธปืนและวัตถุระเบิดเพิ่มเติม ปิดตำนานมือปืนผู้รอดตายจากกระสุนมานับครั้งไม่ถ้วน แต่สุดท้ายต้องมาพ่ายแพ้ให้กับความรักและการกระทำของตนเอง



