วันพุธ, มีนาคม 25, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีสตช. ดีเดย์ 1 เมษายนนี้! สิ้นสุดมาตรการ "เตือนก่อนปรับ" ย้ำบังคับใช้กฎหมายเข้ม 10 ข้อหาหลักทั่วประเทศ

สตช. ดีเดย์ 1 เมษายนนี้! สิ้นสุดมาตรการ “เตือนก่อนปรับ” ย้ำบังคับใช้กฎหมายเข้ม 10 ข้อหาหลักทั่วประเทศ

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

สตช. ดีเดย์ 1 เมษายนนี้! สิ้นสุดมาตรการ “เตือนก่อนปรับ” ย้ำบังคับใช้กฎหมายเข้ม 10 ข้อหาหลักทั่วประเทศ

กรุงเทพมหานคร – สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนโค้งสุดท้ายมาตรการผ่อนปรน “เตือนก่อนปรับ” เตรียมบังคับใช้กฎหมายจราจรเต็มรูปแบบ 1 เมษายน 2569 นี้ มุ่งเน้นวินัยจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน

โค้งสุดท้าย! “เตือนก่อนปรับ” ถึง 31 มีนาคมนี้เท่านั้น

วันนี้ (25 มีนาคม 2569) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ผอ.ศจร.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้าตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่มุ่งเน้นการสร้างวินัยจราจรและลดอุบัติเหตุ โดยระบุว่าขณะนี้แผนการดำเนินงานระยะที่ 1 ซึ่งเป็นช่วง “เตือนก่อนปรับ” กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคมนี้

> “จากการดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่ามีการว่ากล่าวตักเตือนผ่านระบบ PTM ไปแล้วกว่า 196,028 ครั้ง ซึ่งถือเป็นการสร้างการรับรู้และให้โอกาสพี่น้องประชาชนได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” พล.ต.อ.สำราญ กล่าว

>

ดีเดย์ 1 เมษายน: จับจริง 10 ข้อหาหลัก

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั่วประเทศจะเข้าสู่ระยะที่ 2 คือการ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจะไม่มีการผ่อนปรนด้วยการตักเตือนเหมือนช่วงที่ผ่านมา โดยจะมุ่งเน้นไปที่ 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสีย ได้แก่:

* ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

* ขับรถย้อนศร

* ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร

* ไม่สวมหมวกนิรภัย

* ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

* ไม่มีใบอนุญาตขับขี่

* แซงในที่คับขัน

* เมาแล้วขับ

* ขับรถภาคทัณฑ์ (ขับรถประมาทน่าหวาดเสียว)

* ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ

ย้ำ! ตรวจสอบพฤติกรรม เตรียมพร้อมก่อนสงกรานต์

พล.ต.อ.สำราญฯ เน้นย้ำให้ประชาชนรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนร่วมทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการเดินทางหนาแน่น

“เป้าหมายหลักของเราไม่ใช่การค่าปรับ แต่คือการสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัยและมีวินัย เพื่อให้ทุกคนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยในทุกวัน” รอง ผบ.ตร. กล่าวทิ้งท้าย

Ad 1
Ad 2