วันอังคาร, มีนาคม 24, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมขยายผลปั๊มสิงห์บุรี! บุกค้นคลังน้ำมันอ่างทอง พบตุน 3.3 แสนลิตร มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ไร้เอกสารยืนยันที่มา

ขยายผลปั๊มสิงห์บุรี! บุกค้นคลังน้ำมันอ่างทอง พบตุน 3.3 แสนลิตร มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ไร้เอกสารยืนยันที่มา

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ขยายผลปั๊มสิงห์บุรี! บุกค้นคลังน้ำมันอ่างทอง พบตุน 3.3 แสนลิตร มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ไร้เอกสารยืนยันที่มา

อ่างทอง (20 มีนาคม 2569) – ตำรวจ ปคบ. สนธิกำลังพาณิชย์และพลังงานจังหวัด บุกตรวจค้นบริษัทจำหน่ายน้ำมันรายใหญ่ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง หลังพบความเชื่อมโยงกรณีฉวยโอกาสอัปราคาขายน้ำมันแพงเกินจริงในจังหวัดสิงห์บุรี ตะลึงพบของกลางน้ำมันกักตุนกว่า 3.3 แสนลิตร ไร้ใบเสร็จและเอกสารแจงต้นทุน

แกะรอยจากสิงห์บุรี สู่คลังใหญ่ที่อ่างทอง

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจากประชาชนในจังหวัดสิงห์บุรีร้องเรียนว่า มีสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งจำหน่ายน้ำมันแพงกว่าราคาตลาดอย่างผิดปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.ปคบ. จึงทำการขยายผลเส้นทางการค้า จนพบว่าน้ำมันดังกล่าวถูกส่งมาจากบริษัทจำหน่ายน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันดังกล่าวทันที

เปิดยอดน้ำมันกักตุน มูลค่าพุ่ง 12.5 ล้านบาท

จากการปูพรมตรวจค้นภายในคลัง พบน้ำมันเชื้อเพลิงกักตุนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการคำนวณเบื้องต้นพบของกลางดังนี้:

| ประเภทน้ำมัน | ปริมาณ (ลิตร) |

|—|—|

| น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 | 210,000 |

| น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 | 73,000 |

| น้ำมันดีเซล | 48,000 |

| รวมทั้งสิ้น | 331,000 ลิตร |

รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 12,520,400 บาท

พฤติการณ์ค้ากำไรเกินควร – อ้างต้นทุนสูงแต่ไร้หลักฐาน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า บริษัทแห่งนี้มีการลักลอบจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้กับลูกค้ารายย่อยในพื้นที่สิงห์บุรีและจังหวัดใกล้เคียงในราคา 40.50 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าโครงสร้างราคาทั่วไปอย่างมาก

> “ผู้ประกอบการอ้างว่ารับซื้อมาในราคาลิตรละ 39.50 บาท จึงจำเป็นต้องขายแพง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกขอดูเอกสารการซื้อขาย ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานยืนยันต้นทุนที่แท้จริง กลับไม่สามารถนำมาแสดงได้แม้แต่รายการเดียว”

>

เดินหน้าตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน-ภาษีสรรพสามิต

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการ อายัดน้ำมันทั้งหมด และดำเนินการดังนี้:

* กรมธุรกิจพลังงาน: เก็บตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบคุณภาพว่ามีการปลอมปนหรือไม่

* กรมสรรพสามิต: ตรวจสอบความถูกต้องของการเสียภาษี เพื่อดูว่ามีการลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนหรือไม่

* พิจารณาดำเนินคดี: หากพบว่ามีความผิดจริง จะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดในข้อหาค้ากำไรเกินควร และความผิดตาม พ.ร.บ. อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการปราบปรามกลุ่มผู้ฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชนในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน โดยเจ้าหน้าที่จะขยายผลไปยังเครือข่ายอื่นๆ ที่มีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันต่อไป

#TheStandardNews

 

Ad 1
Ad 2