วันจันทร์, มีนาคม 16, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีตม. รับลูกบิ๊กราญ ลงสแกนชาติขัดแย้ง กลุ่มก่อเหตุ 2 เดือน เพิกถอน ส่งกลับเกือบพัน !!

ตม. รับลูกบิ๊กราญ ลงสแกนชาติขัดแย้ง กลุ่มก่อเหตุ 2 เดือน เพิกถอน ส่งกลับเกือบพัน !!

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ตม. รับลูกบิ๊กราญ ลงสแกนชาติขัดแย้ง กลุ่มก่อเหตุ 2 เดือน เพิกถอน ส่งกลับเกือบพัน !!

 

ตามที่เกิดสถานการณ์ขัดแย้งสู้รบในตะวันออกกลาง จนสังคมไทยมีข้อห่วงใยว่า ไทยอาจตกเป็นพื้นที่ย้ายถิ่นมาตั้งหลักแหล่งในไทย จนกระทบต่อการยึดครองที่ดิน หรือชุมชนต่าง ๆ โดยเฉพาะหลังมีข้อมูลข่าวระบุปริมาณชาวอิสราเอลในไทยปีที่แล้วกว่าสี่แสนคน ทำให้สังคมไทยกังวลต่อตัวเลขดังกล่าว ซึ่ง ตม. ตรวจสอบแล้ว พบว่า ความจริงตัวเลขดังกล่าวคือการเดินทางเข้าตลอดทั้งปี 2568 จำนวน 420,202 คน และมีการเดินทางออกแล้ว 405,712 คน โดยยังพำนักอยู่กว่า 30,000 คนทั่วประเทศ แต่ ตม. ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหน่วยงานด้านท่องเที่ยว ตำรวจพื้นที่ และทาง ตม. ได้ใช้มาตรการต่าง ๆ เข้าตรวจสอบการพำนักในแต่ละพื้นที่อย่างเข้มข้นไปแล้วนั้น

 

ล่าสุด เมื่อ 14 มี.ค.2569 พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ฯ/โฆษก สตม. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมกองบัญชาการต่าง ๆ รวมถึง สตม. เมื่อ 1 มี.ค.2569 ที่ผ่านมา เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และสั่งเพิ่มระดับความเข้มด้านความมั่นคงแก่หน่วยต่าง ๆ

 

โดยในส่วน สตม. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. ได้สั่งการหน่วยในสังกัด สตม. เมื่อ 13 มี.ค.2569 ให้ใช้ 3 มาตรการ คือ

1) อัพเดทข้อมูลท้องถิ่น เน้นย่านคนต่างด้าวสัญชาติคู่ขัดแย้ง และชาติตะวันออกกลาง 18 สัญชาติ เพื่อวิเคราะห์ทางการข่าว ร่วมกับตำรวจพื้นที่และหน่วยความมั่นคง

2) เน้นคัดกรองคนต่างชาติกลุ่มคู่ขัดแย้งที่เดินทางเข้าไทย โดยเฉพาะกลุ่มฟรีวีซ่า โดยตรวจแผนการท่องเที่ยว แผนการพัก แผนเดินทางกลับ หากมีข้อสงสัย จะปฎิเสธการเข้าเมืองทันที โดยตั้งแต่มีสถานการณ์สู้รบในช่วง 13 วันที่ผ่านมา มีการเรียกสัมภาษณ์ 870 ราย และปฎิเสธในรายที่เสี่ยงไปแล้วกว่า 30 ราย

3) กำหนดมาตรการในการช่วยเหลือคนต่างด้าวหรือนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถกลับประเทศได้เนื่องจากการปิดน่านฟ้า ซึ่งได้ยกเว้นค่าปรับ overstay และ การให้พำนักต่อได้ครั้งละ 30 วัน โดยต้องมีหนังสือรับรองจากสถานทูตทุกราย

 

ที่สำคัญ!! สตม. ได้ดำเนินมาตรการสแกน สกัด คนต่างชาติกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะทุนเทา รวมถึงชาติที่เป็นคู่ขัดแย้งทางสงคราม ตั้งแต่ปี 2568 ต่อเนื่องมาตลอดจนปัจจุบัน

 

ในขณะที่ มีการเพิกถอนวีซ่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาแล้ว ก่อคดี หรือก่อความไม่สงบ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างพัทยา ภูเก็ต สมุย พะงัน ฯลฯ รวมปี 2568 กว่า 3,249 ราย และเพิกถอนในปี 2569 นี้ ช่วง ม.ค.-ก.พ. รวม 972 ราย

 

ทั้งนี้ พล.ต.ต.เชิงรณฯ ย้ำว่า เรื่องปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ใช่ประเด็น แต่คุณภาพนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น เป็นสิ่งที่ ตม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญ หากพบว่า สร้างปัญหา หรือเป็นภัยต่อสังคม เข้าข่ายเสี่ยงหรือเป็นภัยต่อบ้านเมืองเรา ก็ต้องเพิกถอนวีซ่า และผลักดันออกนอกประเทศทันที โดย สตม. จะดำเนินมาตรการสแกน สกัด คนต่างชาติ โดยจะประสานข้อมูลข่าว ร่วมกับ หน่วยข่าวกรองต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.ภาณุมาศฯ ผบช.สตม. ให้ประชุมกำชับมาตรการสกัดกั้นที่สนามบินวันอังคารนี้ อีกส่วนหนึ่งด้วย

Ad 1
Ad 2