วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
หน้าแรกทั่วไปตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ​ตำรวจทางหลวงสกัดขบวนการลำเลียงชาวจีนหลบหนีเข้าเมืองกลางนครสวรรค์ ต่อสู้ขัดขืนพยายามแย่งปืนตำรวจ ยึดโทรศัพท์กว่า 70 เครื่อง

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ​ตำรวจทางหลวงสกัดขบวนการลำเลียงชาวจีนหลบหนีเข้าเมืองกลางนครสวรรค์ ต่อสู้ขัดขืนพยายามแย่งปืนตำรวจ ยึดโทรศัพท์กว่า 70 เครื่อง

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ​ตำรวจทางหลวงสกัดขบวนการลำเลียงชาวจีนหลบหนีเข้าเมืองกลางนครสวรรค์ ต่อสู้ขัดขืนพยายามแย่งปืนตำรวจ ยึดโทรศัพท์กว่า 70 เครื่อง

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต. โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. , พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก.ทล., พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผกก.5 บก.ทล., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง, พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.๑ บก.ทล., พ.ต.ท.มงคล นนท์ธีระโรจน์ พ.ต.ท.เจต จึงประเสริฐศรี รอง ผกก.5 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.(นครสวรรค์) นำโดย พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สวญ.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล, พ.ต.ต.นราวิชญ์ เดชคง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ศดิศ รัตนวงศ์, ร.ต.ท.มนชิต อิ่มปราง รอง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.(นครสวรรค์)
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.5 บก.ทล.(ตาก) นำโดย พ.ต.ท.กรกฤช งามวงศ์วาน สวญ ส.ทล.1 กก.5 บก.ทล, ร.ต.ต.สมเกียรติ วิชาราช รอง สว.(ป.)ฯ, ด.ต.มงคล ธุระ, ด.ต.วุฒิพงษ์ ปันทะรส , จ.ส.ต.สรวิชญ์ จินจำ, จ.ส.ต.สุทิน ดำนิล, ส.ต.อ.พิสิฐพงศ์ บัวกล้า ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.5 บก.ทล.


ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา
1.น.ส.ศิริมา (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี
2.นายพิษณุ (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี
3.นายหวัง จุ้น เจี๋ย (ไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 21 ปี
4.นายจาง หรง เหอ (ไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 23 ปี
5.นายหนิง จุ้น เจี๋ย (ไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 21 ปี
6.นายเฉิน ส้วย (ไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 33 ปี
7.นายเถียน เมิ่ง หย่ง (ไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 20 ปี
8.นายอรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี
9.นายเสิ่น เหลียง กุ้ย (ไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 21 ปี
10.นายฮัว ยุ่น ฮุย (ไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 31 ปี
11.นายเว่ย กาง (ไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 38 ปี
12.นายหลี่ เจี๋ย (ไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 36 ปี
13.นายเจิ่น รู หนิง (ไม่ทราบสัญชาติ) อายุ 38 ปี


โดยกล่าวหาว่า น.ส.ศิริมาฯ นายพิษณุฯ,นายอรินทร์ฯ ว่า “ร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”และกล่าวหาผู้ต้องหาคนต่างด้าวทั้งหมดว่า “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พร้อมตรวจยึดของกลาง
1.รถยนต์จำนวน 2 คัน
2.โทรศัพท์มือถือ รวมจำนวน 73 เครื่อง

สถานที่จับกุม บริเวณ กม.362 (ขาขึ้น) ตำบลหนองกระโดน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
พฤติการณ์แห่งคดี ตำรวจทางหลวงบูรณาการกำลังสกัดจับขบวนการลักลอบลำเลียงแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้รวม 13 ราย ซึ่งเป็นคนไทย 3 ราย และบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีน 10 ราย พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือรวม 73 เครื่องภายหลังเกิดเหตุผู้ต้องหาวิ่งหลบหนีและต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่จนมีการพยายามแย่งอาวุธปืนกองบังคับการตำรวจทางหลวง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.1 กก.5 บก.ทล. ร่วมกับ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ หลังสืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงแรงงานต่างด้าวผ่านเส้นทางดังกล่าวมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ภาคเหนือต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดตามรถยนต์ต้องสงสัยจำนวน 2 คัน กระทั่งมาถึงบริเวณปั๊มน้ำมันพีที กม.362 (ขาขึ้น) ต.หนองกระโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ พบรถยนต์อีซูซุ ไทยรุ่ง สีน้ำตาล เลี้ยวเข้าภายในปั๊มน้ำมัน ส่วนรถยนต์อีซูซุ มิวเอ็กซ์ สีขาว ได้ขับมุ่งหน้าต่อไป เจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังติดตามระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในปั๊มน้ำมัน กลุ่มบุคคลต่างด้าวได้วิ่งหลบหนีข้ามถนนเข้าไปในป่าฝั่งตรงข้าม และเกิดการต่อสู้ขัดขืน พร้อมพยายามแย่งอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะประสานกำลังตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ช่วยปูพรมค้นหาจนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวผู้หลบหนีได้ครบถ้วน จากการปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้รวม 13 ราย แบ่งเป็นคนไทย 3 ราย ได้แก่ น.ส.ศิริมา (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี นายพิษณุ (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี และนายอรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี พร้อมด้วยบุคคลต่างด้าวสัญชาติจีนอีก 10 ราย อายุระหว่าง 20–38 ปี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหากลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยในความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม” ส่วนผู้ต้องหาชาวจีนถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และผู้ต้องหาที่มีพฤติการณ์ต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มฐาน “ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่” จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สอบถามคำให้การเบื้องต้นให้การ ชั้นจับกุม ผู้ต้องหาชาวไทยให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ลำเลียงบุคคลต่างด้าวจากบริเวณใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อนำไปส่งในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยได้รับค่าจ้างประมาณ 3,000 บาทต่อคน ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนให้การผ่านล่ามว่าได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ

Ad 1
Ad 2