วันอังคาร, มีนาคม 24, 2026
หน้าแรกทั่วไป"สว.ชีวะภาพ" แอ่วลำปาง! ชูคชบาลโมเดล 97 ไร่ ผุด "บัฟเฟอร์โซน" แหล่งอาหารช้างป่าบนที่ดินของรัฐ จ่อตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ล้อมคอกปม "สีดอหูพับ"...

“สว.ชีวะภาพ” แอ่วลำปาง! ชูคชบาลโมเดล 97 ไร่ ผุด “บัฟเฟอร์โซน” แหล่งอาหารช้างป่าบนที่ดินของรัฐ จ่อตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ล้อมคอกปม “สีดอหูพับ” บานปลาย

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

“สว.ชีวะภาพ” แอ่วลำปาง! ชูคชบาลโมเดล 97 ไร่ ผุด “บัฟเฟอร์โซน” แหล่งอาหารช้างป่าบนที่ดินของรัฐ จ่อตั้ง กมธ.วิสามัญฯ ล้อมคอกปม “สีดอหูพับ” บานปลาย

วันที่ 9 มี.ค.69 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พร้อมด้วยนายจิระศักดิ์ ชูความดี ประธานอนุกรรมาธิการด้านการจัดทรัพยากรทางบก , นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ มลพิษและสิ่งแวดล้อม , นายสัมพันธ์ วิเศษชัยจินดา โฆษกคณะกรรมาธิการฯ นำคณะสว.ลงพื้นที่บริเวณสถาบันคชบาลแห่งชาติ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เพื่อศึกษาการดูแลสวัสดิภาพของช้างและหาแนวทางจัดทำพื้นที่ Buffer Zone ให้กับช้างอยู่กันเป็นโขลง อย่างมีอาหารเพียงพอ

โดยมีนสพ.ทวีโภค อังควานิช หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ช้าง พร้อมด้วยว่าที่ร้อยโทสัมฤทธิ์ แพทย์เพียร ผจก.ส่วนการเรียนรู้และประชาสัมพันธ์ นำคณะเข้ารับฟังบรรยาย

นสพ.ทวีโภค อังควานิช หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ช้าง สถาบันคชบาลแห่งชาติ กล่าวว่า ที่นี่มีพื้นที่พักผ่อนของช้างทั้งหมด 9 โซน เช่น โซนที่ 2 จะเป็นที่อยู่ของช้างตกมัน ซึ่งมากกว่าครึ่งเป็นเพศผู้จากจำนวนช้างร้อยกว่าเชือก เวลาตกมันจะต้องแยกออกไปอยู่ที่ต่างหาก , โซนที่ 9 ชื่อว่าปางบุญ จะเลี้ยงช้างแบบปล่อยเป็นโขงมีทั้งหมด 9 เชือก เป็นต้น โดยมีช้างต้นและช้างสำคัญจำนวน 14 ช้างและช้างที่อยู่ในความดูแลอีก 110 เชือก มีเพียง 50 เชือกเท่านั้นที่ใช้ในกิจกรรมท่องเที่ยว

ส่วนแหล่งอาหารของช้างจะมีพื้นที่ปลูกพืชทั้งหมด 13 แปลงรวมพื้นที่ 97 ไร่ ส่วนใหญ่ปลูกหญ้าบานน่าหรือหญ้าเนเปียร์ลูกผสม ให้ผลผลิต 30-50 ตันต่อเดือน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จึงต้องรับผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ส่งมาให้กับสถาบันคชบาลอีกวันละ 10 ตัน

นายชีวะภาพ กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจคือแหล่งอาหารของช้างบนพื้นที่ 97 ไร่ สามารถนำไปเป็นต้นแบบของการจัดพื้นที่กันชนหรือบัฟเฟอร์โซนระหว่างช้างป่ากับคนจากกรณี “สีดอหูพับ”

โดยมีพื้นที่ปลูกหญ้ากับใบไผ่เป็นแหล่งอาหารอย่างเพียงพอ บนพื้นที่ระหว่างที่ดินของรัฐกับป่าอนุรักษ์ เพื่อให้ช้างป่ากับคนอยู่ด้วยกันได้ เพราะช้างไม่ได้กินอ้อยทุกเสี่ยงเป็นเบาหวาน

“ต้องตีความหมายพ.ร.บ.ช้างป่าว่าสามารถจะตัดวงจรช้างเล็กออกมาจากป่าได้หรือไม่ เพื่อนำออกมาฟูฟักในพื้นที่ที่เหมาะสม ได้รับการดูแลจากสัตวแพทย์เป็นอย่างดี อันนี้เป็นเพียงแนวความคิดเพื่อเป็นการช่วยกระจายประชากรช้างหาพื้นที่ที่เหมาะสมบนที่ดินของรัฐ เพราะเชื่อว่าปัญหาช้างกับมนุษย์ต้องมีอีกยาวนาน โดยเฉพาะกรณี “สีดอหูพับ” ที่จะส่งผลในวงกว้าง” นายชีวะภาพกล่าว

ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการจะเร่งผลักดันงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับดูแลสวัสดิการสวัสดิภาพช้างอย่างเพียงพอ เพราะในแต่ละปีรายจ่ายมากกว่ารายได้ทำให้สถาบันคชบาลแห่งชาติขาดทุนปีละเกือบ 30 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังเตรียมพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาการจัดทำพื้นที่กันชนระหว่างคนกับช้างป่าอย่างยั่งยืนอีกด้วย

Ad 1
Ad 2