วันเสาร์, มีนาคม 7, 2026
หน้าแรกประชาสัมพันธ์ความคืบหน้า กรณีองค์กร NGOs ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี กรณีการล้มของช้างป่า “สีดอหูพับ”

ความคืบหน้า กรณีองค์กร NGOs ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี กรณีการล้มของช้างป่า “สีดอหูพับ”

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

ความคืบหน้า กรณีองค์กร NGOs ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี กรณีการล้มของช้างป่า “สีดอหูพับ”

วันที่ 7 มีนาคม 2569 จากกรณี องค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์และการป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ (ประเทศไทย) ประกอบด้วย สมาคมสงเคราะห์สัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมพิทักษ์สัตว์(ไทย) มูลนิธิเพื่อนช้าง สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ล้านนาด็อกเวลแฟร์ มูลนิธิอนุรักษ์โคกระบือไทยและให้ชีวิตใหม่แก่สัตว์ถูกทอดทิ้ง มูลนิธิรักษ์ลิง SOS Animal Thailand เป็นต้น ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ ต่อกรณีการล้มของช้างป่า “สีดอหูพับ” และได้ยื่นจดหมาย ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการล้มของช้างป่าสีดอหูพับ และขอให้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับสัตว์ป่าในทุกมิตินั้น
ล่าสุด มีหนังสือ เลขที่ นร 0105.4/1930 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2569 จากสำนักงานปลัดสำนักนายกยกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล มีใจความว่า
ตามหนังหนังที่อ้างถึง ได้กราบเรียนนายกรัฐมนตรี ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการล้มของช้างป่าสีดอหูพับ และขอให้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับสัตว์ป่าในทุกมิตินั้น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผ่าน รองนายกรัฐมนตรี (นายโสภณ ซารัมย์) และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายสุชาติ ชมกลิ่น) เพื่อโปรดพิจารณา รวมทั้งได้ประสานส่งเรื่องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับกรมปศุสัตว์ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบกรณีที่มีหนังสือคำร้องดังกล่าเพื่อพิจารณาแล้ว โดยขอให้แจ้งผลให้ทราบโดยตรงนั้น
ล่าสุด ข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ดังกล่าวได้รับการพิจารณาจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ประกอบด้วย
1.ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยุติการจับและเคลื่อนย้ายช้างป่าที่เหลืออีก 3 ตัว คือ งาจิ๋ว คุถังและสีดาน้อยทันที ล่าสุด มีประกาศห้ามเคลื่อนย้ายช้างป่าทันทีทั่วประเทศ
2.ขอให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการพิสูจน์ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ซึ่งประกอบ ด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่างๆ ที่มีความเป็นกลาง โปร่งใส เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งต่อตัวช้างป่า“สีดอหูพับ” และผู้ร่วมปฏิบัติงานการจับและเคลื่อนย้ายช้างป่า ล่าสุดมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลางในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้ และให้สรุปผลตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน
3.ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชและกรมปศุสัตว์ เร่งรัดดำเนินการให้ช้างป่าและช้างเลี้ยง ได้รับการคุ้มครองด้านการจัดสวัสดิภาพและป้องกันการทารุณกรรมอย่างเร่งด่วน ล่าสุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการเรื่องดังกล่าวแล้ว
4.ขอให้กรมปศุสัตว์ เร่งรัดในการพิจารณาและออกพระราชบัญญัติช้างไทย พ.ศ. …. ให้ครอบคลุมทั้งช้างเลี้ยงและช้างป่า ล่าสุด จะมีการพิจารณาพระราชบัญญัติช้างไทย พ.ศ. …. และการพิจารณาสัตว์ที่อาศัยในธรรมชาติ ให้ครอบคลุมถึงสัตว์ป่าบางชนิด ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 อีกด้วย
5.ขอให้นายกรัฐมนตรีกำกับดูแลการแก้ไขปัญหาช้างป่า โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งของคนและช้างป่าอย่างเป็นระบบ ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม ในทุกพื้นที่ที่มีข้อพิพาท รวมทั้งสนับสนุนทรัพยากรการบริหาร การแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค ที่ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและเกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่ในทุกมิติที่มีข้อพิพาท ล่าสุด มีการพิจารณาและจะกำหนดการแก้ไขปัญหาช้างป่าและความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ เป็น “วาระแห่งชาติ”

ดังนั้น ทางเครือข่าย จึงขอขอบคุณ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ ปลัดกระทรวง อธิบดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนผู้มีเมตตากับสัตว์ ที่เคลื่อนไหวติดตาม และจะร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดความเป็นธรรมในทุกมิติ เพื่อคนกับสัตว์จะอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูลสันติ และองค์กรเครือข่ายจะเฝ้าติดตามการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ต่อไป

Ad 1
Ad 2