ตำรวจคอมมานโด กอง 1 รวบหนุ่มบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลงทุน–ขายของออนไลน์ เหยื่อสูญเงินเกือบ 4 แสนบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง,
พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผู้บังคับการกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ,
พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.วรศักดิ์ บัณฑิต, พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รองผู้บังคับการกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ,
พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ,
พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ ปัญญากาญจน์ และ พ.ต.ท.ณัฐกฤต กิ่งชัยภูมิ รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ
โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย
พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ,
ร.ต.ต.วิฑูรย์ เกื้อสกุล รองสารวัตร (ป.) กองกำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ,
ส.ต.ท.กฤษฏากรณ์ แก้วศรีพจน์,
ส.ต.ต.ภาณุวัฒน์ อุทัยเลิศ,
ส.ต.ต.วาฬุพงศ์ นักร้อง และ
ส.ต.ต.สุเมต จันทร์แก้ว ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ
ร่วมกันจับกุม นายสุริยะฯ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ 256/2568 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ในความผิดฐานเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง รวมทั้งยินยอมให้ผู้อื่นใช้หรือยืมใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อันเป็นการสนับสนุนความผิดฐานฉ้อโกง และสนับสนุนการกระทำความผิดฐานโดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน
การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณหน้าบ้าน ถนนหลังวัด ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียหายหญิง อายุ 49 ปี ถูกผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งใช้โปรไฟล์เป็นผู้หญิง ติดต่อเข้ามาชักชวนให้ขายสินค้าออนไลน์
โดยอ้างชื่อร้านว่า “แม่ค้ามิตรเกษตร” ก่อนแอดไลน์ในชื่อ “AOM” และแนะนำให้ขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ WWW.bonanzcc.com จากนั้นหลอกให้ผู้เสียหายสมัครและตั้งชื่อร้านค้า “kapok shop 2024”
กลุ่มผู้ก่อเหตุอ้างว่าสามารถเลือกสินค้าทั่วไปในเว็บไซต์มาจำหน่ายได้ โดยกำหนดราคาต้นทุนและราคาขายเอง เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อ ผู้เสียหายจะต้องโอนเงินค่าสินค้าตามราคาต้นทุนเข้าไปในระบบก่อน และยืนยันการขาย จึงจะจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าภายใน 2 วัน พร้อมอ้างว่าจะคืนเงินต้นและกำไรให้ร้อยละ 30–50
ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินตามขั้นตอนหลายครั้ง รวมเป็นเงินเกือบ 400,000 บาท ก่อนจะไม่สามารถถอนเงินหรือรับผลตอบแทนได้ตามที่กล่าวอ้าง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ได้สืบสวนติดตามเส้นทางการเงินและผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





