ปัญหาไฟป่าเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่สภาพอากาศแห้งและลมแรงเอื้อต่อการลุกลามของเปลวไฟ ข้อมูลจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า การป้องกันและควบคุมไฟป่าให้ได้ผลจำเป็นต้องอาศัย “การบูรณาการ” ทั้งด้านกำลังคน เทคโนโลยี และความร่วมมือจากชุมชนโดยรอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพราะไฟป่าไม่เพียงส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากปัญหาฝุ่นควัน และส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.30 น. ณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ นายวุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวภาคตะวันตก พร้อมด้วย นายวสันต์ สุนจิรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกาญจนบุรี และคณะสื่อมวลชน ได้นำน้ำดื่ม กาแฟกระป๋อง เครื่องดื่มชูกำลัง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติฯต่างๆในจ.กาญจนบุรี โดยมีนายราชันย์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 และนายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เป็นผู้รับมอบ
การสนับสนุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมกำลังใจและสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ป่าเป็นเวลาหลายวัน ท่ามกลางสภาพภูมิประเทศที่ยากลำบากและเสี่ยงอันตราย ซึ่งเสบียงอาหารและน้ำดื่มแม้เพียงเล็กน้อย ก็มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อกำลังพลแนวหน้า
นายราชันย์ บัวตรี กล่าวย้ำว่า การแก้ไขปัญหาไฟป่าไม่สามารถพึ่งพาภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ภาคเอกชน สื่อมวลชน และหน่วยงานความมั่นคง ในการทำงานเชิงรุกควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง
ผลจากการบูรณาการดังกล่าว ทำให้สถานการณ์ไฟป่าในหลายพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรีดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่สลักพระ ซึ่งจากเดิมเคยเกิดจุดความร้อนกว่า 800 จุด เหลือเพียง 2 จุดในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ตระหนักถึงผลกระทบด้านสุขภาพและเศรษฐกิจจากไฟป่า
นอกจากนี้ คณะผู้บริหารยังได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้แทน กองพลทหารราบที่ 9 เพื่อชี้แจงถึงการใช้อากาศยานสนับสนุนภารกิจ โดยยืนยันว่า การนำอากาศยานเข้าพื้นที่ไม่ได้หมายถึงภาวะวิกฤติรุนแรง แต่เป็นมาตรการเชิงป้องกันเพื่อสกัดไม่ให้ไฟลุกลามจากป่าขนาดเล็กสู่ป่าผืนใหญ่
ตลอด 4 วันที่ผ่านมา สถานการณ์ในพื้นที่ทองผาภูมิและไทรโยคสามารถควบคุมได้ในระดับที่น่าพอใจ โดยอากาศยานมีบทบาทสำคัญทั้งในการสำรวจหัวไฟ ประเมินทิศทางลม ลำเลียงกำลังพลและเสบียง รวมถึงสนับสนุนการควบคุมไฟในจุดเสี่ยง ช่วยลดระยะเวลาเดินเท้าของเจ้าหน้าที่จากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือด้านสิ่งของ แต่ยังสะท้อนถึงพลังของสังคมที่ร่วมแรงร่วมใจกันปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของชาติ ให้คงอยู่เพื่อคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน.

กีรติ ก้อนทองคำ จ.กาญจนบุรี 0615099381



