แผ่นดินศรีวิไล: “เมตตาธรรมนำชีวิต” เดินตามรอยพ่อหลวง พึ่งพาตนเองสู่อิสระแห่งความสุขที่ยั่งยืน
กรุงเทพมหานคร – ปทุมธานี: กลุ่มจิตอาสาเพื่อสังคมลงพื้นที่ศึกษาดูงานต้นแบบการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามศาสตร์พระราชา ชูโมเดลการพึ่งพาตนเองเพื่อความมั่นคงทางอาหาร พร้อมส่งต่อความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่สู่ชุมชน สร้างสังคมแห่งการแบ่งปันภายใต้ร่มพระบารมี
ศาสตร์พระราชา: รากฐานแห่งอิสรภาพและการพึ่งตนเอง
ในยุคสมัยที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การน้อมนำแนวทางของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตยังคงเป็นเข็มทิศสำคัญ โดยเฉพาะหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ที่เน้นการสร้างรากฐานให้ตนเอง “พึ่งพาตนเองได้” ก่อนจะต่อยอดสู่ความเจริญที่สูงขึ้น
ดังพระบรมราโชวาทที่เคยพระราชทานไว้เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2517 ความตอนหนึ่งว่า:
> “ผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพึ่งตนเอง ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้โดยแน่นอน ส่วนการถือหลักที่จะส่งเสริมความเจริญ ให้ค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับ ด้วยความรอบคอบระมัดระวังและประหยัดนั้น ก็เพื่อป้องกันความผิดพลาดล้มเหลว”
>
ลงพื้นที่ดูงาน: เปลี่ยนพื้นที่ในเมืองสู่สวนผสมอิ่มท้อง
เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มจิตอาสาเพื่อสังคมได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานใน 2 จุดต้นแบบที่แปรเปลี่ยนแนวคิดสู่การปฏิบัติจริง:
* ชุมชนปิ่นเจริญ 1 เขตดอนเมือง: เยี่ยมชมการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษและสวนผสมของ นายสงบ จอมทองและครอบครัว ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าแม้ในเขตกรุงเทพมหานคร ก็สามารถสร้างความมั่นคงทางอาหารได้ด้วยตัวเอง
* ตำบลหลักหก จ.ปทุมธานี: ศึกษาการปลูกพืชผสมผสานของ นางธนวรรณ เกตุวงษ์ ที่ดำเนินชีวิตเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท เน้นการกินในสิ่งที่ปลูก ปลูกในสิ่งที่กิน จนเหลือพอกินและสามารถเลี้ยงชีพได้อย่างพอดี
สัญลักษณ์แห่งความห่วงใย: เมล็ดพันธุ์พระราชทาน
หัวใจสำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือการร่วมกันปลูกผักสวนครัวจาก เมล็ดพันธุ์ผักพระราชทาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความห่วงใยจาก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 10) ที่ทรงปรารถนาให้พสกนิกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต และสามารถส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้อื่น
เมตตาธรรมนำชีวิต: สังคมแห่งการแบ่งปัน
เป้าหมายสูงสุดของการพึ่งพาตนเอง ไม่ใช่เพียงเพื่อให้ตนเองรอด แต่เพื่อให้มี “กำลัง” มากพอที่จะส่งต่อ:
* ช่วยเหลือผู้เปราะบาง: ร่วมดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และคนพิการในชุมชน
* แบ่งปันผู้มีรายได้น้อย: การเอื้อเฟื้อผลผลิตและเมล็ดพันธุ์เพื่อลดภาระค่าครองชีพ
* สร้างสันติสุข: การช่วยเหลือซึ่งกันและกันสร้างความอบอุ่นในชุมชน นำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นและยั่งยืน
“แผ่นดินศรีวิไล” จึงไม่ใช่เพียงแค่คำนิยามถึงความมั่งคั่งทางวัตถุ แต่คือแผ่นดินที่ผู้คนมีจิตใจงดงาม มีเมตตาธรรม และมีความสุขที่แท้จริงจากการรู้จัก “พอ” และรู้จัก “ให้” อย่างไม่สิ้นสุด




