วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 24, 2026
หน้าแรกการเมืองกลุ่มพิทักษ์ธรรม! ร้องสภาทนายฯ สอยเลือกตั้งโมฆะ ปม QR Code บัตรปาร์ตี้ลิสต์ ส่อพิรุธ 'เลือกตั้งไม่ลับ’

กลุ่มพิทักษ์ธรรม! ร้องสภาทนายฯ สอยเลือกตั้งโมฆะ ปม QR Code บัตรปาร์ตี้ลิสต์ ส่อพิรุธ ‘เลือกตั้งไม่ลับ’

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

กลุ่มพิทักษ์ธรรม! ร้องสภาทนายฯ สอยเลือกตั้งโมฆะ ปม QR Code บัตรปาร์ตี้ลิสต์ ส่อพิรุธ ‘เลือกตั้งไม่ลับ’

โปรยผปก:
กลุ่มพิทักษ์ธรรม เดินทางมาที่สภาทนายความ ยื่นหนังสือจี้ตรวจสอบบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ปมติด QR Code และบาร์โค้ด ส่อละเมิดหลักการ “เลือกตั้งโดยตรงและลับ” หลังพบเทคโนโลยีอาจเอื้อให้ตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ ด้านนายกสภาทนายความรับลูก เตรียมตั้งคณะทำงานวิชาการชุดใหญ่ศึกษาก่อนชี้ขาด
/////
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 เวลา 12.30 น. ณ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ นายทินกร สุรบัณฑิตย์ ตัวแทนกลุ่มพิทักษ์ธรรม ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบอาชีพทนายความ เข้ายื่นหนังสือถึง ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ เพื่อขอให้องค์กรช่วยวิเคราะห์ข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง กรณีความผิดปกติของบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อที่มีการพิมพ์รหัสดิจิทัลลงบนบัตร
.
นายทินกร เปิดเผยว่า ทางกลุ่มพบข้อพิรุธในบัตรเลือกตั้งที่มี QR Code และบาร์โค้ดกำกับ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 85 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2564 มาตรา 83 กำหนดชัดเจนว่าการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดย “ตรงและลับ” แต่จากการศึกษาพบว่ารหัสบนบัตรสามารถเชื่อมโยงกลับไปยังต้นขั้วบัตร ซึ่งปรากฏลำดับหมายเลขของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง และเมื่อนำไปเทียบเคียงกับบัญชีรายชื่อหน้าหน่วย จะทราบทันทีว่าบุคคลนั้นลงคะแนนให้พรรคการเมืองใด
.
“คำว่าเลือกตั้งลับต้องลับตั้งแต่การพิมพ์บัตร การลงคะแนน จนถึงหลังนับคะแนน แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่หากซูมภาพรหัสบนบัตรจะพบ Unique ID ที่ระบุที่มาได้ชัดเจน หากพิสูจน์ได้ว่าไม่ลับจริง การเลือกตั้งครั้งนี้ย่อมขัดเจตจำนงของรัฐธรรมนูญและอาจเป็นโมฆะ” นายทินกร ระบุ
.
เมื่อถามถึงการไม่ไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินโดยตรง นายทินกร ชี้แจงว่า การมาสภาทนายความเพื่อต้องการให้องค์กรวิชาชีพกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน ช่วยเป็นที่พึ่งให้ประชาชนในการวิเคราะห์ประเด็นที่สังคมสงสัย เพื่อป้องกันไม่ให้ภาคประชาชนถูกชักจูงไปในทางที่ผิดจนเกิดความวุ่นวาย ส่วนอำนาจชี้ขาดสุดท้ายยังคงเป็นของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลหรือประเด็นทางการเมือง แต่เป็นการปกป้องสิทธิประโยชน์ของสาธารณะ
.
ด้าน ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของประเทศ จึงเตรียมตั้งคณะทำงานฝ่ายวิชาการขึ้นมาศึกษารายละเอียด ทั้งในแง่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างเร่งด่วน โดยจะยังไม่ด่วนสรุปในทันทีเพื่อให้เกิดความรอบคอบที่สุด และจะแถลงผลการศึกษาให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบต่อไป

////

Ad 1
Ad 2