พิจิตรฉาว! ชาวบ้านแห่แจ้งความ “สถาบันการเงินชุมชน” เบี้ยวจ่ายเงิน ส่อเค้าแชร์ลูกโซ่ สูญกว่า 30 ล้าน
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีกลุ่มตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร และพื้นที่รอยต่อจังหวัดใกล้เคียง กว่า 100 คน รวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หลังถูกสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนแห่งหนึ่ง (ซึ่งพัฒนามาจากกองทุนฌาปนกิจหมู่บ้าน) ปฏิเสธการถอนเงินและไม่จ่ายเงินสงเคราะห์ตามที่ตกลงไว้ เบื้องต้นพบผู้เสียหายหลักพันราย มูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท
จากกองทุนหมู่บ้าน สู่ “สถาบันการเงิน” ล่อใจด้วยดอกเบี้ย 5%
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าสถาบันดังกล่าวเริ่มต้นจากการเป็น “กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์” ภายในหมู่บ้าน เพื่อช่วยเหลือสมาชิกยามเสียชีวิต ต่อมาได้มีการขยายกิจการจดทะเบียนตั้งเป็น “สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน” และเปิดรับสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อ คือการเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง โดยมีการระบุว่าหากสมาชิกนำเงินมาฝากออมไว้กับสถาบันฯ จะได้รับ อัตราดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 5 ต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าธนาคารพาณิชย์หลายเท่าตัว ส่งผลให้ชาวบ้านทั้งในพื้นที่ อ.วชิรบารมี และจังหวัดใกล้เคียง แห่กันนำเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิต เงินบำนาญ และเงินจากการขายผลผลิตทางการเกษตรมาฝากไว้จนยอดสมาชิกทะลุหลักพันราย
วิกฤตสภาพคล่อง: เงินหลักล้านเหลือติดบัญชีแค่ 6 หมื่น!
ความแตกเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา เมื่อมีสมาชิกหลายรายต้องการถอนเงินออกมาเพื่อใช้จ่ายและเป็นค่ารักษาพยาบาล แต่กลับถูกทางกรรมการสถาบันฯ บ่ายเบี่ยง อ้างว่า “ขาดสภาพคล่องชั่วคราว” และขอเลื่อนการจ่ายเงินออกไปอย่างไร้จุดหมาย
> “พวกเราไว้ใจเพราะเห็นว่าเป็นคนในพื้นที่และอ้างว่ามีหน่วยงานรับรอง พอจะไปถอนเงินเอามาหาหมอ กลับบอกว่าไม่มีให้ พอชาวบ้านรวมตัวกันไปขอดูสมุดบัญชีธนาคารของสถาบันฯ ถึงกับช็อก เพราะเงินที่ควรจะมีหลายสิบล้าน กลับเหลือยอดติดบัญชีอยู่เพียง 6 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น” หนึ่งในผู้เสียหายกล่าวด้วยความอัดอั้น
ข้อมูลสรุปความเสียหายเบื้องต้น
| รายการ | รายละเอียด |
| พื้นที่เกิดเหตุ | อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร และพื้นที่ใกล้เคียง |
| จำนวนผู้เสียหาย | ประมาณ 1,000 – 1,500 ราย |
| มูลค่าความเสียหาย | ประมาณ 30 – 50 ล้านบาท (อยู่ระหว่างรวบรวม) |
| เงินคงเหลือในบัญชีสถาบันฯ | ประมาณ 60,000 บาท |
| ข้ออ้างของสถาบันฯ | สมาชิกกู้เงินไปแล้วไม่คืน / ขาดสภาพคล่อง |
เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ เตรียมขยายผล “ฉ้อโกงประชาชน”
ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เสียหายไว้เป็นจำนวนมาก พร้อมเตรียมเรียกคณะกรรมการบริหารสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนดังกล่าวมาให้ปากคำ เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีการยักย้ายถ่ายเทเงินของสมาชิกไปที่ใดหรือไม่ หากพบว่ามีพฤติการณ์นำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือจงใจหลอกลวง จะดำเนินคดีในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ต่อไป
คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยชาวบ้านเกี่ยวกับการลงทุนที่อ้างผลตอบแทนสูงเกินจริง โดยเฉพาะในรูปแบบกองทุนชุมชนที่ขาดการตรวจสอบจากหน่วยงานส่วนกลางอย่างเข้มงวด




