ศรชล. อัปเดตภารกิจกู้เรือ SEALLOYD ARC: เผยภาพใต้น้ำพบเรือเอียง 10 องศา ยันคราบน้ำมันไม่กระทบชายฝั่ง
ศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์ (ศรชล. ภาค 3) รายงานความคืบหน้าการปฏิบัติการกู้สถานการณ์เรือ SEALLOYD ARC อับปาง ประจำวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีการระดมเทคโนโลยีระดับสูงและบูรณาการกำลังพลเข้าจัดการพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:
🔍 1. เปิดผลสำรวจใต้น้ำ: เผยสภาพเรือล่าสุด
กองทัพเรือได้ส่งยานล่าทำลายทุ่นระเบิด SEAFOX I ลงพิสูจน์ทราบตัวเรือเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนส่งนักประดาน้ำลงปฏิบัติงานจริง
* สภาพตัวเรือ: พบเรือนอนเอียงขวาประมาณ 10 องศา โดยส่วนกระดูกงูปักจมลงในโคลน บริเวณสะพานเดินเรือยังมีตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนติดค้างอยู่
* อุปสรรคสำคัญ: ทัศนวิสัยใต้น้ำจำกัดเพียง 3 เมตร ประกอบกับกระแสน้ำแรงที่ส่งผลกระทบต่อสายสัญญาณของยานสำรวจ และมีสายสลิงระเกะระกะรอบตัวเรือ ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการปฏิบัติงาน
🌊 2. สถานการณ์คราบน้ำมัน: “เอาอยู่” ไม่กระทบการท่องเที่ยว
ผลการลาดตระเวนทางอากาศและทางน้ำยืนยันว่าสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ:
* ระยะ 2.5 ไมล์ทะเล: คราบน้ำมันเจือจางลงอย่างมาก
* ระยะ 3-5 ไมล์ทะเล: ไม่พบคราบตะกอนดำหรือคราบฟิล์มรุ้งแล้ว
* มาตรการ: การใช้เรือตีวนร่วมกับการฉีดพ่นสาร Dispersant ตามมาตรฐานกรมควบคุมมลพิษได้ผลดีเยี่ยม “ยืนยันไม่มีคราบน้ำมันเข้าสู่ชายฝั่งและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ”
🏗️ 3. แผนกู้สินค้าและอุดรูรั่ว
ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่คือลำดับความสำคัญสูงสุด (Safety First):
* ทีมนักดำน้ำ: เตรียมพร้อมเข้าอุดรูรั่วทันที โดยรอผลยืนยันค่าสารพิษในน้ำจากกรมควบคุมมลพิษเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
* การจัดการตู้คอนเทนเนอร์: มีการเตรียมเรือเครนและเรือบาร์จ (Barge) สแตนด์บายในพื้นที่ หากพบตู้สินค้าลอยน้ำหรือจมขวางทาง จะดำเนินการยกเก็บทันทีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุแก่เรือลำอื่น
> “ภารกิจนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้ง ศรชล., กองทัพเรือ, จังหวัดภูเก็ต, กรมเจ้าท่า, กรมควบคุมมลพิษ, กรมทรัพยากรทางทะเลฯ พร้อมการสนับสนุนจากภาคเอกชนอย่าง PTT, GISTDA และมูลนิธิต่างๆ เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด”

ข้อมูลโดย: ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 (ศรชล. ภาค 3)
#ศรชล #ศรชลภาค3 #SEALLOYDARC #กู้เรืออับปาง #พิทักษ์ทะเลไทย



