วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
หน้าแรกทั่วไป*สตม.เปิดปฏิบัติการขุดบ่อล่อปลา ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวบผู้ร้ายจีนข้ามชาติทีเดียว 6 คน!*

*สตม.เปิดปฏิบัติการขุดบ่อล่อปลา ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวบผู้ร้ายจีนข้ามชาติทีเดียว 6 คน!*

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

*สตม.เปิดปฏิบัติการขุดบ่อล่อปลา ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวบผู้ร้ายจีนข้ามชาติทีเดียว 6 คน!*

รัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศมาตรการแข็งกร้าว ยกระดับการปราบปราม แก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือสแกมเมอร์ในทุกรูปแบบเป็นวาระแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตนีละบุตร และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนนโยบายในระดับ ตร. สำหรับปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การนำทัพของ “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ที่ได้เน้นย้ำให้ระดมสรรพกำลัง และเทคโนโลยีที่จำเป็น ในการปราบปรามจับกุมอาชญากรทุกสัญชาติ ที่ได้หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักร หรือกระทำความผิดอาญา และอาศัยสิทธิประโยชน์ด้านการผ่อนผันการตรวจลงตรา อาศัยคราบของนักท่องเที่ยว ใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ซ่อนตัว จากเงื้อมมือของกฎหมาย

สำหรับปฏิบัติการล่าสุดนี้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่สำคัญ ในแหล่งท่องเที่ยวของประเทศในภาคตะวันออก ได้ประชุมสั่งการให้ พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.ท.อานุภาพ ตู้จินดา สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวน ลงไปหาข่าวในพื้นที่จังหวัดชลบุรี หลังจากที่เมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ทาง กก.สส.บก.ตม.3 ได้รับเบาะแส จากสายลับชาวจีนว่าในพื้นที่ มีผู้ต้องหาสำคัญ ในคดีเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของประเทศจีน ที่มีฐานปฏิบัติการในพม่า หลบหนีมาซ่อนตัว โดยหลังจากลงพื้นที่อยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนทราบว่าที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นพูลวิลล่า ในจังหวัดชลบุรี มีหนึ่งในชาวจีนซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับที่ได้รับเบาะแส คือ นายหลิน (นามสมมติ) มาพักอาศัย แต่จากการสืบสวนปากคำเพื่อนบ้าน และผู้ที่พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียง ทราบว่า ในบางสัปดาห์โดยเฉพาะในวันหยุด นายหลินมักจะเชิญบุคคลต่างด้าว คล้ายชาวจีนจำนวนมาก มารวมตัวกัน เพื่อประชุมพูดคุยงานที่บ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจยังไม่เข้าตรวจสอบจับกุมเป้าหมาย แต่ได้วางกลยุทธ์โดยนำกำลังมาเช่าพูลวิลล่าด้านข้าง ติดกันกับพูลวิลล่าที่เป้าหมายชาวจีนพักอาศัยอยู่ เป็นเวลา 3 วันเต็ม จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 ก.พ.68 เวลาประมาณ 13:00 น. เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มดูเป้าหมาย ได้ยินเสียงเอะอะ และมีรถเข้ามาจอดหลายคัน ประกอบกับพบมีรองเท้าถอดเรียงอยู่นับสิบคู่ คาดว่าจะเป็นกำหนดเวลานัดหมายประชุมของสมาชิกกลุ่มแก๊ง เจ้าหน้าที่ที่ปิดล้อมอยู่จึงเข้าแสดงตัวขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัวผลการตรวจสอบ พบบ้านดังกล่าวแม้เป็นพูลวิลล่า แต่มีการใช้ห้องในบ้านเป็นห้องทำงาน มีคอมพิวเตอร์เปิดอยู่ บนหน้าจอเป็นบัญชีภาษาจีน แสดงสัดส่วนรายได้ กำไร และส่วนแบ่งของธุรกิจผิดกฎหมาย มีการใช้นามแฝงแทนชื่อสมาชิกแต่ละคน ในสถานที่ดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบผู้อาศัยรวม 10 คน แบ่งเป็นหญิงชาวไทย 3 คน และชาวจีนอีก 7 คน จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 7 รายเดินทางเข้ามาจากปีนัง ในวันเดียวกัน เที่ยวบินเดียวกัน และมีนายหลิน (นามสมมติ) มาเช่าพูลวิลล่าดังกล่าวเป็นที่ประชุมนัดหมายธุรกิจ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ พบว่า คนจีน 6 ราย จากทั้งหมด 7 ราย เป็นบุคคลที่ สตม. โดยได้รับการประสานงานจากกองการต่างประเทศ บันทึกข้อมูลเป็นบุคคลต้องห้าม และผบก.ตม.3 ได้ลงนามพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งการเพิกถอนดังกล่าว และควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมืองว่าด้วยการผลักดันหรือส่งกลับต่อไป

พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ยังเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า “ผู้ถูกจับทั้งหมด 6 ราย ได้กระทำความผิดอาญา โดยได้ประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงชาวจีน เว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยมีฐานที่มั่นเดิมอยู่ในประเทศเมียนมาร์ จนทางการจีนได้ออกหมายจับยกแก๊ง ซึ่งหลังจากฐานปฏิบัติการในเมียนมาร์ถูกปิดลง ได้หลบหนีไปประเทศมาเลเซีย ก่อนจะมาจนมุมที่ประเทศไทยในที่สุด” อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ที่พบในที่เกิดเหตุทั้งหมดเพื่อขยายผลว่ามีผู้อื่น ทั้งในบ้านดังกล่าว หรือนอกจากที่พบในที่เกิดเหตุ มีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับแก๊งดังกล่าวนี้ประการใดหรือไม่ หากพบเบาะแสการกระทำความผิด ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

 

Ad 1
Ad 2