วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 9, 2026
หน้าแรกทั่วไป“มหาวิทยาลัยมหิดลจับมือ UNESCAP–สอวช. เปิดเวที “Carbon Neutrality Campus” ดันพลังเยาวชนสู่ Net Zero ระดับภูมิภาค”

“มหาวิทยาลัยมหิดลจับมือ UNESCAP–สอวช. เปิดเวที “Carbon Neutrality Campus” ดันพลังเยาวชนสู่ Net Zero ระดับภูมิภาค”

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

“มหาวิทยาลัยมหิดลจับมือ UNESCAP–สอวช. เปิดเวที “Carbon Neutrality Campus” ดันพลังเยาวชนสู่ Net Zero ระดับภูมิภาค”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569
คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานสัมมนานานาชาติ “2026 Carbon Neutrality Campus (CNC) Seminar” ภายใต้แนวคิด “Carbon Neutrality in Action: Regional Insights, Local Innovations – From Campus to City: Shaping a Sustainable Future Together”
โดยได้รับเกียรติจาก คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) และ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NXPO) ร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อขับเคลื่อนบทบาทสถาบันการศึกษาและเยาวชนในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

ในพิธีเปิด ศ. ดร.นภเรณู สัจจรักษ์ ธีระฐิติ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงนโยบายของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศและการพัฒนาโครงการร่วม เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และการปฏิบัติจริงด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนในระดับภูมิภาค

 

ขณะที่ รศ.ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงบทบาทของโครงการ Carbon Neutrality Campus (CNC) ในฐานะแพลตฟอร์มความร่วมมือที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย โรงเรียน หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันการดำเนินงานด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยมหิดลผ่านทุนสนับสนุนการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ (Joint Unit)

ด้าน ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ของประเทศ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการเชื่อมโยงงานวิชาการกับกรอบนโยบายระดับชาติ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สามารถขยายผลได้ในระยะยาว

นอกจากนี้ Dr. Sangmin Nam, Director, Environment and Development Division, Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (UNESCAP) ได้กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือระดับภูมิภาคในเอเชีย–แปซิฟิก และบทบาทของเครือข่ายมหาวิทยาลัยในการเป็นพื้นที่ทดลองเชิงนโยบายและนวัตกรรมด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมชี้ให้เห็นว่าเวที CNC เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและสถาบันการศึกษามีบทบาทเชิงรุกในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

งานสัมมนาครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก อาทิ ประเทศไทย จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เนปาล บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา เมียนมา และฟิลิปปินส์ ทั้งในรูปแบบ เข้าร่วม ณ สถานที่จัดงานและออนไลน์ สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระดับภูมิภาคในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติ และการออกแบบความร่วมมือเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การมีส่วนร่วมของเยาวชนและเครือข่ายโรงเรียน โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด 16 โรงเรียน และมี 10 โรงเรียน นำเสนอผลงานโครงการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสร้างนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม สะท้อนบทบาทของเยาวชนในฐานะ “ผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง” ไม่ใช่เพียงผู้เรียนรู้เท่านั้น

ตลอดทั้งวันมีการจัดกิจกรรมสำคัญ อาทิ ปาฐกถาพิเศษ การเสวนาระดับนโยบาย การประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Expert Roundtable) และการนำเสนอผลงานของนักเรียน โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงจาก ระดับมหาวิทยาลัยสู่เมืองและชุมชน เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

งานสัมมนา 2026 Carbon Neutrality Campus Seminar นับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยมหิดลในการยกระดับบทบาทสถาบันการศึกษาไทยบนเวทีนานาชาติ และตอกย้ำว่า พลังของคนรุ่นใหม่ คือหัวใจสำคัญของการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ในอนาคต

Ad 1
Ad 2