ย้อนแย้ง! ระบบว่างงาน “ล่มซ้ำซาก” แต่ไฟเขียวงบ “ตัดสูท” 35 ล้านผ่านฉลุย ผู้ประกันตนบุกทวงเงินเยียวยา ถามลั่น…นี่หรือคือการบริหาร?
กลายเป็นภาพที่สร้างความหดหู่และตั้งคำถามไปทั่วประเทศ เมื่อความเหลื่อมล้ำในการบริหารจัดการงบประมาณของกองทุนประกันสังคมมูลค่ามหาศาลกว่า 850 ล้านบาท ถูกตีแผ่ผ่านหยาดเหงื่อและน้ำตาของผู้ประกันตนที่กำลังลำบาก
“ระบบล่ม” เฉพาะตอนจ่ายเงิน? ผู้ประกันตนโอดตกงาน 3 เดือนยังไม่ได้เงิน
ภาพของ “พี่ศิริพร” หนึ่งในผู้ประกันตนที่ต้องแบกความหวังเดินทางมายังสำนักงานประกันสังคมเป็นรอบที่สอง กลายเป็นตัวแทนของแรงงานทั่วประเทศที่กำลังถูกทอดทิ้ง เธอเล่าด้วยความอัดอั้นว่า หลังตกงานมานานกว่า 3 เดือน ได้ดำเนินการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาว่างงานตามระเบียบทุกขั้นตอน แต่จนถึงปัจจุบันเงินงวดเดือนมกราคมก็ยังไร้วี่แวว
“ตอนหักเงินจากเงินเดือนเรา ไม่เคยพลาดแม้แต่บาทเดียว แต่พอถึงเวลาที่เราลำบาก จะมาทวงสิทธิตามกฎหมาย กลับได้รับคำตอบแค่ว่า ระบบล้ม เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา”
คำถามสั้นๆ แต่บาดลึกนี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบไอทีที่บอกว่าพัฒนาอยู่เสมอ แต่กลับใช้การไม่ได้ในวินาทีที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด
ความเงียบจาก “รมว.แรงงาน” ท่ามกลางงบตัดสูท 35 ล้านบาท
ในขณะที่ระบบเยียวยาคนว่างงานถูกระบุว่า “ไม่เสถียร” แต่กลับมีรายงานว่าระบบอนุมัติงบประมาณสำหรับการ “ตัดสูทยูนิฟอร์ม” มูลค่าสูงถึง 35 ล้านบาท กลับดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและผ่านฉลุยประหนึ่งอยู่คนละโลกกับระบบรับเรื่องร้องเรียนของประชาชน
สิ่งที่ทำให้อุณหภูมิความร้อนแรงพุ่งสูงขึ้น คือท่าทีของ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่เลือกจะใช้ความเงียบเป็นคำตอบ ในวันที่สังคมต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับลำดับความสำคัญในการใช้เงินกองทุนฯ ท่านรัฐมนตรีกลับเลือกเดินออกจากที่ประชุมก่อนกำหนด โดยไม่หยุดตอบคำถามสื่อมวลชนที่มารอรับฟังความชัดเจน ทิ้งไว้เพียงคำถามคาใจว่า “เรื่องที่ควรเร่งอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ กลับเป็นเรื่องที่ท่านไม่มีเวลาแม้แต่จะหยุดตอบเลยจริงๆ หรือ?”
บริหารกองทุน 850 ล้าน เพื่อใคร?
การบริหารจัดการงบประมาณของกองทุนที่มีมูลค่าสูงถึง 850 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่เก็บหอมรอมริบมาจากน้ำพักน้ำแรงของแรงงานทั่วประเทศ กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึง “ธรรมาภิบาล” และ “ความเห็นอกเห็นใจ” (Empathy) ต่อผู้ประกันตน
ระหว่าง “ภาพลักษณ์” จากชุดสูทราคาแพง กับ “ลมหายใจ” ของคนที่ตกงานมา 3 เดือน อะไรคือสิ่งที่กระทรวงแรงงานควรให้ความสำคัญมากกว่ากัน? หากระบบสามารถอนุมัติงบตัดสูทได้ในเวลาอันรวดเร็ว เหตุใดระบบเดียวกันนี้จึงไม่เคยเสถียรพอที่จะโอนเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนเสียที
บทสรุปที่สังคมต้องการไม่ใช่แค่ตัวเลขงบประมาณ แต่คือความรับผิดชอบและความชัดเจนว่า เงินทุกบาทที่ถูกหักไป จะกลับมาเป็นหลักประกันในชีวิตได้จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขในระบบที่ชอบ “ล่ม” เวลาประชาชนจะใช้สิทธิ



