วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 6, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีสตม. โชว์ผลงาน 3 เดือนกวาดล้าง "หัวโจกสแกมเมอร์" หมายจับ INTERPOL พบพิรุธใช้พาสปอร์ตปลอมกบดานไทย ยันคัดกรองเข้มงวดเพื่อความมั่นคง

สตม. โชว์ผลงาน 3 เดือนกวาดล้าง “หัวโจกสแกมเมอร์” หมายจับ INTERPOL พบพิรุธใช้พาสปอร์ตปลอมกบดานไทย ยันคัดกรองเข้มงวดเพื่อความมั่นคง

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

สตม. โชว์ผลงาน 3 เดือนกวาดล้าง “หัวโจกสแกมเมอร์” หมายจับ INTERPOL พบพิรุธใช้พาสปอร์ตปลอมกบดานไทย ยันคัดกรองเข้มงวดเพื่อความมั่นคง

กรุงเทพมหานคร – สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) แถลงผลการปฏิบัติงานยุทธการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติในช่วง 3 เดือน (พฤศจิกายน 2568 – มกราคม 2569) ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยจับกุมระดับ “คีย์แมน” ขบวนการสแกมเมอร์หลายราย พบพฤติกรรมใช้ฟรีวีซ่าและพาสปอร์ตต่างสัญชาติอำพรางตัว

เปิดไทม์ไลน์รวบตัว “ตัวเป้ง” อาชญากรรมข้ามชาติ

พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี โฆษก สตม. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดยกระดับการตรวจสอบคนต่างชาติที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยเฉพาะกลุ่มสแกมเมอร์ที่ประสานงานกับ INTERPOL ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีผลการจับกุมที่สำคัญ ดังนี้:

12 พ.ย. 68: จับกุม นายอู๋ (สัญชาติจีน) วัย 40 ปี คารถหรูย่านราชพฤกษ์ พบใช้พาสปอร์ตวานูอาตูตบตา ตรวจสอบพบเป็นคนร้ายคดีสแกมเมอร์ มูลค่าความเสียหาย 250 ล้านบาท

17 ธ.ค. 68: รวบ นายหวง (Mr. HUANG) สัญชาติจีน วัย 44 ปี ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมหนีออกนอกประเทศ พบใช้พาสปอร์ตเม็กซิโกปลอม ก่อคดีสแกมเมอร์ เสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท โดยหนีจากเมียนมาเข้าไทย

7 ม.ค. 69: ทลายแก๊งไซเบอร์ย่านห้วยขวาง จับกุมผู้ต้องหา 7 ราย หนึ่งในนั้นมีหมายจับคดีฉ้อโกงจากจีน มูลค่า 30 ล้านบาท หนีมาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ

13 ม.ค. 69: จับกุม นายหยาง สแกมเมอร์ระดับ Tier 1 ขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฐานฟิลิปปินส์ ใช้พาสปอร์ตโดมินิกันแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว กบดานในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

19 ม.ค. 69: รวบแก๊ง Romance Scam ชาวแอฟริกา 13 ราย (ไนจีเรีย 11, ไอโวรี่โคสต์ 2) คาคอนโดย่านเมืองทองธานี หลังหลอกลวงเหยื่อในหลายพื้นที่ เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

คัดกรองด่านอากาศยานเข้ม ปฏิเสธเข้าเมืองกว่า 7,900 ราย

ในมิติการสกัดกั้นเชิงรุก สตม. ได้เพิ่มความเข้มงวด ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองทางอากาศ โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้ ปฏิเสธการเข้าเมืองกลุ่มเสี่ยงไปแล้วกว่า 7,900 ราย โดยใช้เกณฑ์พิจารณาจาก:

แผนการท่องเที่ยวที่ไม่ชัดเจน

การจองที่พักและตั๋วเครื่องบินขากลับ

การตรวจสอบประวัติการเดินทางเชิงลึก โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง เช่น กัมพูชา และเมียนมา

“เรายอมรับว่ามาตรการที่เข้มงวดนี้อาจทำให้คิวตรวจหนังสือเดินทางมีความหนาแน่นขึ้นและรอนานกว่าปกติบ้าง แต่เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง ผบช.สตม. ยืนยันให้คงมาตรการนี้ไว้ เพื่อไม่ให้ไทยถูกใช้เป็นแหล่งกบดาน พักพิง หรือฟอกเงินของอาชญากร” พล.ต.ต.เชิงรณ กล่าว

ทั้งนี้ สตม. จะยังคงเดินหน้าขยายผลและติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อกวาดล้างขบวนการต่างชาติผิดกฎหมายให้หมดไปจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

Ad 1
Ad 2