วิเคราะห์เหตุระทึก! เครนร่วงทับรถไฟสีคิ้ว ซ้ำรอยอุบัติเหตุใหญ่ สะท้อนมาตรฐานความปลอดภัยงานก่อสร้างไทย
สีคิ้ว, นครราชสีมา – กลายเป็นโศกนาฏกรรมซ้ำซากที่สร้างความหวาดผวาให้กับผู้ใช้เส้นทางคมนาคม เมื่อเกิดเหตุโครงเหล็กฐานรองรับเครนก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงร่วงลงมาทับขบวนรถไฟที่กำลังวิ่งอยู่เบื้องล่าง ณ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
เปิดสาเหตุเชิงวิศวกรรม: ทำไมฐานรองรับหนัก 30 ตันถึงร่วง?
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า อุปกรณ์ที่เกิดเหตุคือ “เครนลอนเชอร์” (Launching Crane) หรือโครงถักเหล็กเลื่อนตัวได้ (Launching Truss) ซึ่งใช้สำหรับติดตั้งชิ้นส่วนทางวิ่งรถไฟฟ้าความเร็วสูง แต่ส่วนที่หลุดลงมาจริงๆ คือ “ฐานรองรับ” (Support) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ค้ำยันที่มีน้ำหนักมหาศาลถึง 20-30 ตัน
จากการวิเคราะห์เบื้องต้น ได้มีการตั้งข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ 4 ประเด็นหลัก:
จังหวะการเคลื่อนย้าย: อุบัติเหตุน่าจะเกิดขึ้นในช่วงรอยต่อหลังจากก่อสร้างสะพานเสร็จไปช่วงหนึ่ง และอยู่ระหว่างการเคลื่อนเครนไปข้างหน้า หรือกำลังย้ายตัวฐานรองรับตัวกลางไปยังเสาต้นถัดไป
น้ำหนักมหาศาลและการกระแทก: ฐานรองรับที่มีน้ำหนักเทียบเท่ารถบรรทุกขนาดใหญ่ เมื่อร่วงลงมาด้วยความสูงระดับโครงสร้างสะพาน จึงเกิดแรงปะทะที่รุนแรงจนทำให้รถไฟที่วิ่งอยู่ข้างล่างพลิกคว่ำทันที
โครงสร้างเครนหัก: แรงกระแทกจากการหลุดของฐานรองรับ ส่งผลให้โครงเหล็กส่วนหลักหักลงมาพาดกับโครงสร้างสะพาน
ระบบยึดเหนี่ยวบกพร่อง: ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบคือ “การยึดฐานรองรับ” เข้ากับคานขวางสะพาน ว่ามีความแข็งแรงเพียงพอหรือไม่ หรือมีข้อผิดพลาดในขั้นตอนการติดตั้ง (Human Error/Mechanical Failure) หรือไม่
ไทม์ไลน์อุบัติเหตุ “เครนถล่ม” บทเรียนที่ไม่เคยถูกแก้ไข?
เหตุการณ์ที่สีคิ้วครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เป็นเหตุการณ์ซ้ำรอยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา:
ก.ค. 2566: ทางยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง ถล่ม (Launching Girder พังครืน)
พ.ย. 2567: โครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 (Launcher ร่วง)
ม.ค. 2569: เครนรถไฟฟ้าสีคิ้วร่วงทับรถไฟ (ล่าสุด)
“เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดบกพร่องที่หยั่งรากลึกในมาตรการความปลอดภัยของการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตของประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง” ศ.ดร.อมร ระบุ
เสียงสะท้อนจากสังคม: ถึงเวลาขันน็อตความปลอดภัย
อุบัติเหตุครั้งนี้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐและมาตรฐานการทำงานของผู้รับเหมา ว่าเหตุใดอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักหลายสิบตันจึงสามารถร่วงลงมาในจังหวะที่มีรถไฟวิ่งผ่านได้พอดี โดยไม่มีการปิดกั้นพื้นที่หรือมีระบบ Safety Net ที่มีประสิทธิภาพ
หลังจากนี้ กรมการขนส่งทางรางและสภาวิศวกร เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุเชิงลึกเพื่อหาผู้รับผิดชอบ และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ “ตายฟรี” บนเส้นทางสัญจรสาธารณะเช่นนี้อีกต่อไป




