ชัยภูมิฉาว! มือบอนใช้ “ธูป” วางเพลิงเผาไร่อ้อยวอดกว่า 50 ไร่ ลามฟาร์มสัตว์ชาวบ้าน ทำค่า PM 2.5 พุ่ง
ชัยภูมิ – เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเหตุการณ์ความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่อ้อย หลังมีผู้ไม่หวังดีลอบวางเพลิงจนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง พร้อมทิ้งหลักฐานมัดตัวเป็นกองธูปใช้เป็นชนวนจุดไฟ
เหตุเกิดกลางแดดจ้า เพลิงลามหนักกระทบฟาร์มสัตว์
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ไร่อ้อยของ นายศุภชัย ยึดพวก เกษตรกรในพื้นที่ หมู่ 4 บ้านโนนแป๊ะ ต.เกาะมะนาว อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรงเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและมีลมพัด ส่งผลให้ไร่อ้อยถูกไฟไหม้เสียหายไปกว่า 50 ไร่
ความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ผลผลิตทางการเกษตรเท่านั้น แต่เปลวไฟและกลุ่มควันยังได้ลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง ส่งผลกระทบต่อที่พักอาศัย รวมถึง ฟาร์มแพะ และ ฟาร์มกระต่าย ของชาวบ้านในละแวกนั้นได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทางอำเภอบำเหน็จณรงค์ต้องเร่งประสานขอสนับสนุนรถดับเพลิงจาก อบต.เกาะมะนาว, อบต.โคกเพชร และเทศบาลตำบลบ้านชวน เข้าฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังหมู่บ้าน จนกระทั่งสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในที่สุด
พบหลักฐานเด็ด “ก้อนธูป” ชนวนเหตุลอบวางเพลิง
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุภายหลังเพลิงสงบ นายชัยวัฒน์ พืชเพ็ง อายุ 43 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์และพลเมืองดีที่เข้ามาช่วยดับไฟ เปิดเผยว่า ตนได้พบหลักฐานสำคัญที่เชื่อว่าเป็นต้นเพลิง คือ มัดธูปจำนวนมากที่ถูกจุดทิ้งไว้ วางอยู่ในจุดที่เป็นต้นลมภายในไร่อ้อย ซึ่งถือเป็นการเจตนาวางเพลิงโดยใช้วิธีประวิงเวลาเพื่อให้ผู้ก่อเหตุหลบหนีไปก่อนที่ไฟจะเริ่มลุกไหม้
ด้านเจ้าของไร่อ้อยได้รวบรวมหลักฐานและเข้าแจ้งความต่อ สภ.บำเหน็จณรงค์ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เพื่อเก็บหลักฐานและเร่งแกะรอยติดตามตัวมือมืดรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
เกษตรกรช้ำ! ราคาตก-กระทบสิ่งแวดล้อม
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายเชิงทรัพย์สิน แต่ยังซ้ำเติมเศรษฐกิจของเกษตรกร เนื่องจาก:
ราคาขายตกต่ำ: แม้โรงงานน้ำตาลจะอนุโลมรับซื้ออ้อยไฟไหม้ในกรณีที่ถูกลอบวางเพลิง แต่ราคาก็ยังถูกหักลบและต่ำกว่าอ้อยสดมาก ทำให้เกษตรกรเสี่ยงต่อการขาดทุน
วิกฤต PM 2.5: การเผาในที่โล่งเช่นนี้ส่งผลโดยตรงต่อค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในจังหวัดชัยภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นปี
ผู้ว่าฯ สั่งฟันไม่เลี้ยง โทษหนักทั้งจำทั้งปรับ
นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้ออกคำสั่งเน้นย้ำไปยังทุกภาคส่วน ให้ดำเนินมาตรการเข้มงวดในการกวดขันการเผาไร่อ้อย หญ้า และตอซังข้าว หากตรวจสอบพบว่าเป็นการจงใจเผาหรือลอบวางเพลิง จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดตามนโยบายของจังหวัด ซึ่งมีโทษหนักทั้งจำคุกและปรับเงินขั้นสูง เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างและป้องกันปัญหาฝุ่นพิษที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ภาพ/ข่าว: คำหอม ชุมชน 02 ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ รายงาน



