จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในช่วงฤดูฝน ส่งผลให้บางพื้นที่มีแหล่งน้ำขัง นำมาซึ่งแหล่งพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย เป็นสาเหตุของการเกิดโรคติดต่อนำโดยแมลงได้ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย
โรคไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา (Chikungunya Virus) ที่มียุงลายเป็น พาหะนําโรค พบได้ทุกกลุ่มอายุ มีอาการ คล้ายไข้เลือดออก แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผู้ป่วยอาการรุนแรงมาก จนถึงการช็อก ข้อเพิ่มเติม ไวรัสติดต่อจากคนสู่คนได้โดยมียุงลายเป็นพาหะ เมื่อยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้สูง ซึ่งเป็นระยะที่มีไวรัสอยู่ใน กระแสเลือด เมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาไปกัดคนอื่นก็จะแพร่เชื้อไปยังคนที่ถูกกัด ทำให้คนนั้นเกิดอาการของโรคได้ ทั้งนี้การระบาดของ โรคดังกล่าว หากพบผู้ป่วย 1 รายในพื้นที่ แสดงว่าในพื้นที่นั้น จะมีผู้ที่ติดเชื้ออีกประมาณ 10 ราย ซึ่งอาการจะไม่รุนแรง หรือไม่แสดงอาการ ลักษณะอาการที่เด่นชัดคือ มีไข้ ออกผื่นและจะมีอาการปวดข้อ ข้อบวมแดง อักเสบและเจ็บ เริ่มจากบริเวณข้อมือ ข้อเท้า และข้อต่อ แขนขา อาจพบอาการปวดกล้ามเนื้อด้วยอาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ ข้อ เปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ อาการจะรุนแรงมากจนบางครั้งขยับข้อไม่ได้ และจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อเกิดขึ้นได้อีก ภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา และบางรายอาการปวดข้อจะอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี อาการแทรกซ้อนที่พบบ่อยสุดคืออาการปวดข้อเรื้อรังซึ่งจะส่งผลระทบต่อผู้ป่วยทําให้ไม่สามารถประกอบอาชีพตามปกติได้
ในการนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร มีความห่วงใยข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 รวมทั้งพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จากโรคภัยดังกล่าว จึงขอให้พี่น้องประชาชน น ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันกําจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยเน้นใช้ มาตรการ “3 เก็บ” ได้แก่ 1) เก็บบ้าน ให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้เป็นที่เกาะพักของยุง 2) เก็บขยะเศษภาชนะรอบบ้าน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3) เก็บนํ้า สํารวจภาชนะใส่นํ้า ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันยุงลายไปวางไข่ เพื่อป้องกันโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ รวมทั้งการกําจัดและควบคุมยุงตัวแก่ เช่น การพ่นสารเคมีกําจัดยุงลาย หรือใช้สเปรย์กระป๋องฉีดในมุมมืดของห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องครัว การป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด เช่น ทายากันยุง กําจัดยุงโดยใช้ไม้ช็อตไฟฟ้า จุดสมุนไพรหรือยาจุดไล่ยุง หรือใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่วนในกรณีที่มีอาการป่วย ควรป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยเฉพาะช่วงเวลากลางวัน เพื่อลดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น สําหรับผู้ที่มีประวัติถูกยุงลายกัด หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หากพบว่ามีอาการป่วยด้วยไข้สูงเฉียบพลัน ผื่นขึ้นตามร่างกาย ตาแดง ปวดข้อเล็กๆ หลายตําแหน่ง ให้รีบพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการรักษาโดยเร็ว
จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส
ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าว