แม่สุดเศร้า รอรับศพ “ชัยวัฒน์ แววนิล” แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากสถานการณ์สู้รบ “สงครามตะวันออกกลาง” สะเทือนใจ เผย ลูกชายไปทำงานอิสราเอลได้ 8 เดือน เผย เพื่อนเล่านาทีเกิดเหตุลุกไปห้องน้ำ กลับเข้าหลุมหลบภัยไม่ทัน จากกรณีสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อคืนวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีแรงงานไทยเสียชีวิตหนึ่งราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายชัยวัฒน์ แววนิล ชาวจังหวัดชัยภูมิ อายุประมาณ 33 ปี

เบื้องตนทางครอบครัวยังต้องตารอรับแจ้งจากทางภาครัฐประสานมา ว่าลูกจะมาถึงวันไหน และถูกวันนี้กลัวการเป็นข่าวมากๆหลังมีสื่อบางสำนักนักลงข่าวว่าถูกตนเป้นหนีสินและอื่นๆจนทำให้ตนเสียหาย
ล่าสุดวันนี้ 23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านของ นายชัยวัฒน์ แววนิล หรือ เหมียว แรงงานไทยผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่บ้านเลขที่ 292 หมู่2 ต.คอนสาร อ.คอนสาร ชัยภูมิ และพบกับนางพูนศรี แววนิล อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเหมียว ได้เล่าว่า ตนเองนั้นมีลูกมาทั้งหมด 2 คน ก่อนเกิดเหตุที่น้องจะเสียชีวิต ซึ่งผู้เสียชีวิตนั้นเป็นลูกคนเล็ก ก่อนที่ลูกจะไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ลูกชายของตนนั้นได้แต่งงานมีภรรยา อยู่ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งภายในหมู่บ้านที่ภรรยาลูกชายของตนอยู่นั้น มีคนไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลเป็นจำนวนมาก และได้มีการชักชวนกันไป ตนได้ห้ามลูกชายแล้วแต่ลูกได้บอกว่าได้เตรียมพาสปอร์ตและได้เตรียมทำเอกสารทำเรื่องเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะออกเดินทางไปทำงาน หลังจากนั้นลูกของตนได้ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ได้ประมาณ 8 เดือน ก่อนที่จะเกิดสงครามในครั้งนี้เพื่อนที่อยู่ประเทศอิสราเอลเล่าให้ตนฟังว่า ก่อนเกิดเหตุที่น้องจะเสียชีวิต ลูกชายของตนได้ลุกจากที่นอน เพื่อที่จะมาเข้าห้องน้ำ แต่ยังไม่ทันกลับเข้าหลุมหลบภัย เนื่องจากลูกชายเข้าห้องน้ำอยู่ทำให้ถูกระเบิดเข้าอย่างจังและเสียชีวิต ซึ่งก่อนหน้านั้นตนเองก็มีลางสังหรณ์ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคนภายในครอบครัว เพราะตนเองเจ็บหน้าอกและกินข้าวไม่ได้มาหลายวัน ก่อนที่มาจะภายหลังว่าลูกชายตนเสียชีวิต ต่อมาทางอำเภอก็ได้มาที่บ้านและแจ้งข่าวให้ทราบ
โดยบรรยากาศที่บ้านของนายชัยวัฒน์ แววนิล หรือ เหมียว แรงงานไทยผู้เสียชีวิต ได้มีแม่ผู้เสียชีวิตและญาติญาติประมาณ7-8คนซึ่งกำลังนั่งพูดคุยและสนทนากันด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามข้อมูลก็ถูกทางแม่และบ่ายเบี่ยงที่จะไม่อยากพูดอะไรเลยเพราะไม่อยากเป็นข่าวและไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลใดๆ โดยบรรยากาศที่บริเวณหน้าบ้านก็ได้มีการเตรียมสถานที่ทำความสะอาด โดยทางเทศบาล ต.คอนสารก็ได้นำเก้าอี้และโต๊ะมาจัดเตรียมสถานที่เอาไว้เพื่อรองรับแขกที่จะมาร่วมงานหากศพหรือร่างของน้องเหมียวผู้เสียชีวิตกลับมาถึงบ้าน
ต่อมาผู้สื่อข่าวก็ใช้เวลาระยะหนึ่งได้พูดคุยกับแม่ผู้เสียหายจนยอมเปิดใจพูดว่ามีสื่อบางสำนักมาทำเป็นข่าวแล้วก็ออกข่าวในทางที่โจมตีทำให้ตนและครอบครัวให้เสียหายซึ่งตนเองก็รู้สึกเสียใจมากพอแล้วสำหรับการสูญเสียลูกชายไปและต้องมาเจอข่าวที่ลงบิดเบือนจากความเป็นจริงโดยกล่าวหาว่า ทั้งตนลูกชายเป็นหนี้เป็นอยู่ทั่วไปจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสื่อมเสียจนตนเองยอมรับไม่ได้และไม่กล้าที่จะให้ข้อมูลใดในการเป็นข่าวอีกเลย
จึงขอฝากถึงสื่อที่ลงข่าวโจมตีครอบครัวของตนและทำให้เสียหายควรนปรับตัวทำทำข่าวในเชิงสร้างสรรค์และเป็นจริงอย่าบิดเบือนทำให้ผู้อื่นได้ได้รับความเสียหายอีกจะเป็นการดีที่สุด ซึ่งจากนี้ไปท่านใดจะมาทำข่าวก็ขอให้มาในวันที่ร่างน้องกลับถึงบ้านตนยินดีที่จะให้นำเสนอข่าวซึ่งในแช่วงนี้ทางครอบครัวรู้สึกเสียใจและยังทำใจไม่ได้ภาวนาเพียงขอให้ร่างของน้องกลับคืนสู่บ้านเกิดเมื่อไหร่เพื่อจะได้บำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป โดยเบื้องต้นอยู่ระหว่างการดำเนินของกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้งมาอีกครั้ง ซึ่งทางตนเองก็ไม่ทราบว่าจะพบลูกวันไหนโดยรอมา5วันแล้ะก็ยังไม่ทราบเช่นกัน รอฟังคำตอบจากทางหน่วยงานผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้ทางหน่วยงานได้ลงพื้นที่และได้มีการเตรียมความพร้อมหากนำร่างลูกชายของตนกลับมา ก็จะนำมาประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดในบ้านที่ อ.คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ต่อไป

คำหอม ชุมชน 02 ผู้สื่อข่าว จ.ชัยภูมิ



