วันอังคาร, มีนาคม 24, 2026
หน้าแรกวงการสีกากีOne Team! สืบ สตม. ผนึกกำลังสืบแปดริ้ว-ห้วยขวาง บุกคอนโดหรูรวบ "บอสเจี้ยน" หัวหน้าแก๊งนายร้อยปอยเปต ขนเงินสดกว่า 5 ล้านกบดานรัชดา

One Team! สืบ สตม. ผนึกกำลังสืบแปดริ้ว-ห้วยขวาง บุกคอนโดหรูรวบ “บอสเจี้ยน” หัวหน้าแก๊งนายร้อยปอยเปต ขนเงินสดกว่า 5 ล้านกบดานรัชดา

กดที่นี่เพื่ออ่านข่าว

One Team! สืบ สตม. ผนึกกำลังสืบแปดริ้ว-ห้วยขวาง บุกคอนโดหรูรวบ “บอสเจี้ยน” หัวหน้าแก๊งนายร้อยปอยเปต ขนเงินสดกว่า 5 ล้านกบดานรัชดา

กทม. (20 มี.ค. 69) – ตำรวจชุดสืบสวน สตม. โชว์ผลงานชิ้นโบแดง ร่วมกับสืบจังหวัดฉะเชิงเทรา และ สน.ห้วยขวาง เปิดปฏิบัติการล้อมคอนโดกลางกรุง รวบตัวหัวหน้าขบวนการฉ้อโกงข้ามชาติเครือข่าย “นายร้อยปอยเปต” พบเงินสดมหาศาลและทรัพย์สินรวมหลายรายการ

บุกรวบหัวหน้าใหญ่คาห้องพักชั้น 20

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และคณะผู้บังคับบัญชา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. นำกำลังชุดสืบสวนประสานความร่วมมือกับ กก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และ สน.ห้วยขวาง เข้าตรวจสอบเป้าหมายสำคัญบริเวณคอนโดมิเนียมหรูย่านถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม MR.JIAN (นายเจี้ยน) อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะกบดานอยู่บนชั้น 20 ของคอนโดมิเนียมดังกล่าว โดยนายเจี้ยนถือเป็น “ตัวการใหญ่” ระดับสั่งการที่มีหน้าที่บริหารจัดการเงินสดที่ได้จากการหลอกลวงประชาชน

พฤติการณ์สุดแสบ: แก๊งนายร้อยปอยเปต

จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายนี้มีพฤติการณ์แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน ดังนี้:

สายคอลเซ็นเตอร์: มี “นายยา” (นามสมมุติ) สวมรอยแต่งกายคล้ายเครื่องแบบตำรวจ วิดีโอคอลหลอกเหยื่อให้หลงเชื่อและเกิดความกลัว (ฉายา นายร้อยปอยเปต) จนยอมโอนเงินเข้าบัญชีม้า

สายถอนเงิน: MR.JIAN จะทำหน้าที่ตระเวนกดเงินสดและรวบรวมเงินในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี และกรุงเทพฯ เพื่อส่งต่อเข้าขบวนการ

ของกลางรายการสำคัญ

ในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดหลายรายการ ประกอบด้วย:

เงินสด: 5,520,700 บาท

เครื่องนับธนบัตร: 1 เครื่อง

ยานพาหนะ: รถยนต์เก๋ง 2 คัน

เอกสารและอุปกรณ์: โฉนดที่ดิน 4 ฉบับ, โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารอีกจำนวนมาก

ดำเนินคดีหนัก-เร่งขยายผลทลายรากเหง้า

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ” โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

“เราจะไม่หยุดเพียงแค่การจับกุมตัวการที่อยู่ในไทย แต่ฝ่ายสืบสวนกำลังเร่งขยายผลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ยึดได้ เพื่อทลายโครงสร้างขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติกลุ่มนี้ให้สิ้นซาก” ตัวแทนชุดจับกุมระบุ

Ad 1
Ad 2