จากกรณีที่ภาพกล้องวงจรปิดร้านขายของชำบ้านเลขที่ 117 หมู่ 13 ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี บันทึกภาพคนร้ายทำทีขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบทะเบียนและยี่ห้อมาจอดบังต้นไม้หน้าร้าน จากนั้นคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นใส่เสื้อยืดสีน้ำเงินใส่หมวกไหมพรมปิดหน้าเดินย่องเข้ามาหยิบเอาขวดน้ำมันเบนซินไปจำนวน 2 ขวด
ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น.เจ้าของร้านเห็นวัยรุ่น3คน คนขับใส่เสื้อลักษณะในกล้องวงจรปิดขับรถจักรยานยนต์แบบหญิงสีแดงสภาพเก่าผ่านหน้าร้าน จึงตะโกนเรียกให้หยุดแต่ไม่หยุดจึงรีบขับรถตามไปและควบคุมตัวไว้ได้บนถนนในหมู่บ้าน เมื่อเห็นคนขับใส่เสื้อตามในคลิปกล้องวงจรปิด จึงได้สอบถามและทั้ง 3 ยอมรับว่าช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ลักน้ำมันเบนซินไปจริง จากนั้นติดต่อผู้ปกครองให้มาพบ และคุมตัวมายังบ้านหลังดังกล่าว พร้อมกับโทร.แจ้งตำรวจให้มารับตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน เนื่องจากได้ไปแจ้งความไว้กับ ร.ต.อ.(หญิง)ศุจีภรณ์ ชัยช่วย รอง สว.สอบสวนสภ.กบินทร์บุรีไว้แล้ว
จากการสอบถามทั้ง 3 เป็นเด็กและเยาวชนมีอายุ 12-17 ปี โดยมีเยาวชนอายุ 17 ปีเป็นหัวหน้าแก๊งชักชวนเพื่อนอีก 2 คนมาลักน้ำมันที่หน้าร้านขายของชำภายในหมู่บ้านจริงตามในภาพกล้องวงจรปิด
นายสุมงคล (ขอสงวนนามสกุล)อายุ 17 ปี หัวหน้าแก๊งกล่าวว่า ช่วงเวลาตี 2 เศษของวันที่ 12 ที่ผ่านมา ได้ยืมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ125 สีแดง ทะเบียน กมณ 818 ปราจีนบุรี ชักชวน ดช.กวี (ขอสงวนนามสกุล)อายุ 13 ปี และดช.วุฒินันท์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 12 ปี โดยหัวหน้าแก๊งถามเพื่อนรุ่นน้องว่า “น้ำมันหมดพวกเอ็งอยากได้น้ำมันฟรีกันไหม” ด้วยความไร้เดียงสาเพื่อนรุ่นน้องบอกว่าอยากได้ จากนั้นหัวหน้าแก๊งได้พาเพื่อนรุ่นน้องนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาบนถนนภายใน และนำรถมาจอดไว้บริเวณหน้าบ้าน จากนั้นได้ใส่หมวกไหมพรมปิดหน้าและเดินย่องเข้าไปหยิบเอาน้ำมันเบนซินที่วางอยู่หน้าร้านจำนวน 2 ขวดไปเติมรถ
และยอมรับว่าตนเองเคยติดคุกมาแล้ว 4 ครั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ซึ่ง4 ครั้งที่ผ่านมานั้นต้องโทษจำคุกราว 3 เดือนพ้นโทษ แล้วก็จะตระเวนลักทรัพย์ทั่วไปในละแวกพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี หากมีโอกาสก็จะลักทรัพย์เลย
นางเยาวรรณวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุล) แม่น้องกวี กล่าวว่า ต้องขอโทษผู้เสียหายที่ลูกชายมาทำผิดร่วมกับเพื่อนรุ่นพี่ ปกติลูกชายไม่ได้เป็นคนมีนิสัยรักและขโมยน้อย เพิ่งจะมีครั้งนี้เป็นครั้งแรก อาจจะเป็นเพราะติดเพื่อนและหลงเชื่อเพื่อนที่ชักชวนไปในทางผิด
ส่วนพ่อแม่ของนายสุมงคล ไม่มาพบผู้เสียหายและได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับลูกชายว่า เคยทำผิดมาแล้ว 4 ครั้ง หนี้เก่ายังใช้ไม่หมดทำผิดอีกแล้ว แม่ไม่ไหวแล้วขอให้ทางตำรวจดำเนินคดีไปตามกฎหมายแล้วตัดสายทิ้งไป และพ่อแม่ของน้องวุฒิ ไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมาตำรวจสายตรวจได้มาตรวจสอบเหตุฯและได้ประสานชุดสืบสวน มารับตัวเยาวชนทั้ง 3 ไปสอบสวนต่อไป




